xs
xsm
sm
md
lg

ดีลรัฐบาลภท.จบ “ผู้กอง”ยอมเป็นฝ่ายค้าน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน  ชาญวีรกูล - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
เมืองไทย 360 องศา

อาจจะเรียกได้ว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว สำหรับรัฐบาลผสมชุดใหม่ ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ หรือนาทีนี้อาจเรียกว่า “ดีลจบแล้ว” โดยมีพรรคการเมืองหลักๆ ที่เป็นพรรคใหญ่สองพรรคคือ ภูมิใจไทยกับเพื่อไทย โดยมีพรรคเล็กหลายพรรคร่วมสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลที่มีเกือบ 300 เสียงเข้าไปแล้ว

ล่าสุดมีการเปิดเผยโควตาการแบ่งกระทรวงกันชัดเจนแล้วว่า พรรคไหนได้ดูแลกระทวงไหน รวมไปถึงการวางตัวบุคคลเอาไว้แล้ว ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มสูงว่าพรรคกล้าธรรม อาจต้องไปเป็นฝ่ายค้าน แม้ว่าอาจยังมีลุ้นในช่วงท้าย แต่ก็น่าจะเป็นได้น้อย

แม้ว่าจะมีรายงานว่า ในงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 8-9 มีนาคม หรือเดือนหน้า จะมีการสรุปว่า จะมีพรรคการเมืองกี่พรรคเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งรวมถึงพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ดี นั่นคงเป็นแค่พิธีกรรม หรือลีลาให้ดูสมจริงสมจัง ตามที่นายอนุทิน เคยย้ำเอาไว้ว่า “ยังไม่ปิดดีล” เพราะยังไม่ได้เปิดอะไรทำนองนั้น แม้ว่าก่อนหน้านั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคอีกคน ยอมรับแล้วว่า “มันจบไปแล้ว” และมีการ “แบ่งกระทรวง” กันไปแล้ว และใกล้เคียงกับที่สื่อได้รายงานออกมานั่นแหละ

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม นี้ พรรคภูมิใจไทยเตรียมจัดประชุมสัมมนา ส.ส.ของพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

การประชุมสัมมนาครั้งนี้นอกเหนือจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคแล้วยังมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ รวมถึง ส.ส.ของพรรคทั้ง 192 คน เข้าร่วม

สาระสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ นอกจากเป็นการกำหนดทิศทางการทำงานของ ส.ส.ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรค จะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ ให้ที่ประชุมรับทราบอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดกรอบนโยบาย และลำดับความเร่งด่วนในการบริหารประเทศเพื่อนำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ขณะเดียวกัน จะเปิดโอกาสให้ ส.ส.แต่ละพื้นที่ สะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนเอง เสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรวบรวมเป็นข้อสรุปเชิงนโยบาย และใช้เป็นฐานประกอบการตัดสินใจทางการเมือง

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศความชัดเจน และมีมติจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเลือกพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล โดยคณะกรรมการบริหารพรรค จะรับฟังความเห็นจากส.ส. ก่อนพิจารณามีมติในทิศทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

สำหรับ เคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาล เริ่มแบ่งโควตาคร่าวๆ กันออกมาแล้วว่า โควตานายกรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ส่วนเก้าอี้ของกระทรวงกลาโหม ที่ยังรอพิจารณาบุคคลความเหมาะสม

ขณะที่ โควตาของพรรคภูมิใจไทย มีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง เบื้องต้นจะมีกระทรวงที่อยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่เป็นกลุ่มบ้านใหญ่ย้ายเข้ามา ซึ่งต้องรอระบุกระทรวง หลังจากคุยเรื่องโควตากับพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จแล้ว

ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้โควตา 8 ที่นั่ง คาดว่าจะได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยมีชื่อของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และหากพิจารณาจากกระทรวงที่ได้รับแล้วทำให้มีแนวโน้มที่ นายยชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคจะเข้ามารับตำแหน่งด้วย

ส่วนอีก 3 เก้าอี้ที่เหลือ จะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็กอื่น ๆ ที่คาดว่าจะได้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ดังนั้น แม้ว่าทางพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะยังยืนยันว่า ยังไม่ได้ปิดดีล เพราะยังไม่ได้เปิดดีล โดยอ้างว่าต้องรอการรับรอง ส.ส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เรียบร้อยก่อน รวมไปถึงทุกอย่างตามขั้นตอนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาตามรูปการณ์แล้ว เหมือนกับว่าทุกอย่างจบแล้วจริงๆ เพียงแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาประกาศออกมาเท่านั้นเอง เพราะการยังไม่แถลงออกมาให้ชัดเจนนั้นก็เหมือนกับว่าไม่ต้องการสร้างแรงกระเพื่อมขึ้นมาจากพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ยังหวังเข้าร่วมรัฐบาล แต่ถือว่ามีความเป็นไปได้น้อยลงเรื่อยๆแล้ว เนื่องจากยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่พรรคภูมิใจไทยใช้เป็นตัวเลือกในการต่อรองเข้ามาอีก

ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไปอีกว่า หากพรรคกล้าธรรมต้องไปเป็นฝ่ายค้านจริงๆจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเริ่มมีการเฝ้าจับตากันว่าจะเกิดรายการ “งูเขียว” เกิดขึ้นหรือไม่ !!