xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายอั๋น" ได้ทีจี้ปลดเลขาฯ กกต.จัดเลือกตั้งล้มเหลวซ้ำซาก ลั่นปล่อยคลิปเสียงนักการเมืองเอง เตรียมพบกับอีพี 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ฟาดหนัก ‘แสวง’ เลี้ยงเสียข้าวสุก จัดเลือกตั้งผิดพลาด เหมือนนักมวยไม่ทันชกก็สะดุดล้ม จี้ กกต.เลิกสัญญาจ้า สงสัยที่ยังเอาไว้เพราะมีประโยชน์ เป็นคนรับจบ เหมือนลิงคอยเก็บกล้วยเก็บมะพร้าวให้เจ้าของ แอ่นอกรับเป็นคนปล่อยคลิปเสียงนักการเมืองเอง เป็นวาระแห่งชาติไปแลเว แต่ กกต.ยังนิ่ง ลั่นมีอีพี 2 แน่



วันนี้( 3 ก.พ.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าของเพจแม่แนนน้องสมาร์ท ที่ถูก กกต.สั่งลบคลิปวิดีโอเนื่องจากมีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง มายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ปลดนายแสวง บุญมี พ้นเลขาธิการ กกต. เนื่องจากมีความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา รวมถึงขอให้กกต.ตรวจสอบ กรณีคลิปเสียงการสนทนาการเมือง ที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
นายภัทรพงศ์ กล่าว เนื่องจากนายแสวง มาโดยสัญญาจ้างของ กกต.ทาง กกต.จึงมีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 55 ซึ่งกำหนดว่า เลขาฯ กกต.ต้องมีความรู้ ความสามรถ มีความเชี่ยวชาญ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานตามที่ กกต.กำหนด แต่การจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2562 มาถึงปี 2566 ก็เกิดปัญหา การฮั้วเลือก สว.ก็ยังไม่คืบหน้า การส่งเอกสารประชามติถึงเจ้าบ้านก็ผิดพลาด การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ก็เกิดปัญหา ถ้าเป็นนักมวยถือว่า แค่วอร์มก็สะดุดขาตัวเองแล้ว กกต.ยังจะเลี้ยงนายแสวงเอาไว้อยู่หรือ เลี้ยงไว้ก็เปลืองข้าวสุก เราในฐานะประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินภาษีที่จ่ายเงินเดือนให้ กกต. ก็เหมือนเป็นเจ้าของข้าวสุก ไม่อนุญาตให้นายแสวง อยู่สถานที่แห่งนี้อีกแล้ว เรามีอำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของข้าวสุก ไม่ต้องการเอาข้าวสุกให้นายแสวงอีกแล้ว


“กกต.ลองไปพิจารณาดู กกต.ต้องเซ่นนายแสวง บุญมี ให้กับความผิดพลาดในการเลือกตั้งหลายปีที่ผ่านมา ถ้ายังเอาไว้ ก็จะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยไปอีกว่านายแสวง มีอะไรดี เพราะในสายตาประชาชน นายแสวงไม่มีอะไรดีเลย แต่ในฐานะของ กกต.นายแสวงอาจจะมีอะไรดี เช่น เรียกง่าย ใช้คล่อง เรียก รับ จบ ปิดจ๊อบ ถ้าเป็นลิงอาจเป็นลิงเก็บกล้วยหรือเปล่า หรือเก็บมะพร้าวให้เจ้าของ กกต. ประชาชนรู้ เพียงแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซัปพอร์ตพวกคุณเป็นเหมือนผนังทองแดง กำแพงเหล็ก แต่วันนี้มันน่าเกลียด ถ้าคุณไม่ถีบนายแสวงออก พวกคุณจะมีปัญหาเสียเอง ฉะนั้นก่อนเลือกตั้ง 4 – 5 วัน อย่าให้มีชื่อนายแสวงเป็นเลขาธิการอีก และหลังการแถลงข่าวของพวกตน หวังว่านายแสวงจะมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง ด้วยการลาออกไปเสีย”

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งประกาศเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหาย การใส่รหัสเขตผิด ประชาชนหวังจะเลือกคนดีก็กลับได้คนชั่ว หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเข้าไปก็กลายเป็นบัญชีผู้สมัครเมื่อปี 2566 ตนมองว่า เป็นความจงใจใช้อำนาจรัฐเพื่อช่วยพรรคการเมืองใดหรือไม่

"อยากจะบอกว่าองค์กรอิสระ แม้จะมีที่มาจาก สว. แต่มีหมาสักตัวไหมจ่ายเงินเดือนให้พวกคุณ สว.เป็นคนเห็นชอบให้พวกคุณมีตำแหน่งก็จริง แต่เราเป็นคนให้เงินดือน สำนึกไว้บ้าง ไม่ใช่อ่านแต่ไลน์ แอปเขียว แอปแดง อ่านแต่ไลน์คนที่อยู่แถวเขากระโดง ตาแหวงเอ้ย ประชาชนเป็นคนให้เงินคุณ ก่อนหน้านี้เปิดทรัพย์สินรวย 47 ล้าน ตอนนี้ตนเดาว่า คุณมี 300 ล้านบาท เพราะใคร เพราะประชาชน" นายภัทรพงศ์ กล่าว


เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับกรณีมีการล่ารายชื่อไล่ กกต. นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่สะท้อนว่าเขาเอือมระอากับ กกต.และองค์กรอิสระ เพียงแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่เปิด และเราก็หวังว่า กกต.และนายแสวง จะมีสำนึก อย่างน้อยคนไทยไม่เห็นหน้านายแสวง หรือไม่ออกมาให้สัมภาษณ์พูดผิด พูดถูก เวลาพูดผิดออกมาขอโทษว่าตัวเองพูดผิดได้ แต่เวลาประชาชนทำคลิปนำเสนออาจจะมีถ้อยคำหมิ่นเหม่บ้าง แต่กลับไม่โอเค เล่นงานพวกเขา ก็แสดงว่าวันนี้คนไทยทั้งประเทศเอือมระอา เพียงแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ปกป้องคนพวกนี้ไว้ ฉะนั้นช่วยกันโหวตเห็นชอบด้วย เพื่อเตะรัฐธรรมนูญนี้ทิ้งไป

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคลิปเสียงนั้น ตนยอมรับเลยว่า เป็นผู้ปล่อยคลิปเสียงสนทนาลงโซเชียลมีเดียเอง ซึ่งเป็นคลิปสนทนา และปล่อยคลิปออกมาวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา คนที่ได้ฟังก็วิพากษ์วิจารณ์ รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังต่อการเมืองไทย และตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการวางแผน มันคือการวางแผนให้ได้มาซึ่งอำนาจ เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ เป็นการวางแผนอันชั่วร้ายที่จะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ วันนี้พูดจนเป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่ กกต.ยังทำหน้านิ่งๆ จิบกาแฟเดินหนีนักข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่คลิปเสียงตัดต่อ หรือใช้ AI เพราะตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่สำคัญ คลิปนี้เป็นคลิปวิดีโอการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่ชื่อ มีเบอร์ว่าใครโทรมาอย่างไร เข้าใจว่าเป็นการประชุม 3 สาย กับ สจ.กับนายก และคนนู้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งในการสอบเชื่อว่าไม่ยาก เพราะมีเบอร์ และหลังตนเปิดคลิปไปก็มีพี่น้องทางภาคตะวันออกส่งข้อมูลมาให้ บอกเลยว่าเป็นการนั่งประชุมในสถานที่ประชุมแห่งหนึ่ง ซึ่งค่อยว่ากันเป็นอีพี (ตอน) ต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น