“เท้ง-ทิม” มั่นใจยึดพื้นที่เมืองมังกรสุพรรณได้แน่ ไม่หวั่นกระแสบ้านใหญ่ควบรวมค่ายน้ำเงิน ขอโอกาสกาให้พรรคส้มทั้ง2 ใบ อย่างถล่มทลาย ให้คำมั่นจะทำรัฐบาลให้ดีกว่าที่ผ่านมา ฝาก กกต. ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์ให้ได้ 80%
วันนี้ (2 ก.พ.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสนามเลือกตั้ง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงกับชาวสุพรรณเสร็จสิ้นว่า ค่อนข้างดีใจ ซึ่งนายพิธา ได้กระซิบบอกว่าประชาชนมาฟังการปราศรัยมากกว่าการเลือกตั้งปี 2566
เมื่อถามว่าวันนี้เวลาเดียวกันมีอีกเวทีหนึ่งใกล้ๆ หวั่นไหวไหมกับเรื่องความนิยมและกระแส นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความหวั่นไหวแต่อย่างใด โดยเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ได้นำเสนอในการปราศรัย ที่นายพิธาได้กล่าวถึง ทีมบริหารมืออาชีพ ตนเองก็พร้อมที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาจัดการปัญหาเรื่องการเกษตร เรื่องการปราบยาเสพติด และการทำรัฐให้โปร่งใสมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เชื่อมั่น ในเพื่อนร่วมทุกคน ทั้งแกนนำพรรค และผู้สมัครปัจจุบัน และทีมบริหารที่เข้ามาร่วมงานกันในการเลือกตั้งครั้งนี้
“ ขอโอกาสแค่อย่างเดียวจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน หากทุกคนมอบความไว้วางใจให้อย่างถล่มทลาย เชื่อมั่นว่าทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาแน่นอน” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวขอบคุณชาวสุพรรณบุรีที่มาฟังการปราศรัยวันนี้ ขอให้ตัดสินใจ 8 กุมภาพันธ์กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนอนาคตลูกหลานของชาวสุพรรณบุรีทุกคนให้ดีกว่าเดิม วางการเมืองแห่งอดีต และตัดสินใจการให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ และการเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเดินหน้ารัฐบาลประชาชนสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน และแสดงความมั่นใจว่า สามารถยึดพื้นที่ทางการเมืองเมืองมังกรสุพรรณได้แน่นอน
นายพิธากล่าวเสริมว่า การปราศรัยวันนี้ชาวสุพรรณมาฟังคึกคักมากกว่าทุกครั้งที่เคยมา และคิดว่าประชาชนตื่นตัวกว่าที่ได้คิดไว้ และจากที่ได้พูดคุยกับประชาชนพบว่ามีความรู้สึกโกรธ แต่ก็มีความหวังนิดๆ จึงเชิญชวนทุกคนว่าจากข้อกังวลดังกล่าวการไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงให้ได้เยอะที่สุดให้ถล่มทลาย ปัญหาต่างๆการโจมตีการทำงานของ กกต. ก็จะหายไป
“เชิญ กกต. ว่า 8 กุมภานี้ตั้งเป้าให้คนมาใช้สิทธิ์เยอะๆ ให้เป็นตัวเลขจับต้องได้ 80% ไปเลย 8 กุมภาพันธ์ 80% เลขกำลังสวย มาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันเยอะเยอะ ผมเชื่อว่าไม่มีพื้นที่ไหนที่พรรคประชาชนจะชนะไม่ได้ ถ้าคนมาใช้เสียงเยอะขนาดนั้น” นายพิธากล่าว
และกล่าวย้ำว่าจะต้องใช้ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเลือกตั้งพูดคุยกับประชาชนให้เข้าใจ ว่าต้องการให้พรรคส้มสองใบเพราะอะไร โดยยกตัวอย่างคะแนนเลือกตั้งครั้งก่อน ปี 2566 ว่าได้คะแนนบัญชีรายชื่อเกือบ 200,000 ส่วนคะแนนเขตเลือกตั้งเหลืออยู่ 100,000 ซึ่งหมายความว่ามีการแบ่งครึ่งกัน คราวนี้ไม่ได้เป็นการแบ่งครึ่งกัน เพราะบัญชีรายชื่อมีแค่ 100 คน แต่เขตมี 400 คน
เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นว่าหากอยากจะให้ผลการเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาลตรงกันต้องลดแก๊บหรือช่องว่างของคะแนนบัญชีรายชื่อและใบของเขตเลือกตั้งให้ได้
“ เพราะฉะนั้นอยากให้สุพรรณบุรีส้มไปด้วยกัน ต้องขอส้มทั้ง2ใบไม่ใช่แบ่งให้ใครคนใดคนหนึ่ง ถ้ากาเหมือนตอนก้าวไกลบัญชีรายชื่อก็ 36,000ทุกเขต ชนะแน่นอน ต้องใช้เวลาให้พรรคช่วยกันอธิบายประเด็นช่องว่างระหว่างใบบัญชีรายชื่อและใบเลือกเขตเลือกตั้ง เพื่อให้โค้งสุดท้ายเข้าใจว่าทำไมถึงแบ่งครึ่งไม่ได้” นายพิธากล่าว


