ปาร์ตี้ลิสต์ “เป็นธรรม ” ระบุเงินเทาไม่มีจริง มีแต่เงินดำ ซัดซื้อเสียงขายอนาคตลูกหลานไม่คุ้มค่า ขอกกต.ยืนตรงทำหน้าที่กรรมการอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมขอโอกาสพรรคเล็กดันนโยบายเกษตรฐานราก
น.ส.กรรณ์ ชวกรกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 พรรคเป็นธรรม บัตรเลือกตั้งสีชมพู กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงว่า การพูดความจริงอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่จำเป็นต้องพูด เพราะหากเลือกพูดแต่เรื่องถูกใจ ความจริงก็จะไม่เหลืออยู่ในสังคม
น.ส.กรรณ์ กล่าวถึงปัญหาการซื้อเสียงว่า เงินเทาไม่มีอยู่จริง มีแต่เงินดำ พร้อมยกตัวอย่างการซื้อเสียงว่า หากประชาชนถูกซื้อเสียงในราคาหลักพัน แต่ผู้แทนอยู่ในตำแหน่งถึง 4 ปี เมื่อนำมาหารแล้วมีมูลค่าไม่ถึงค่าแรงวันละบาท ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชน พร้อมขอร้องไม่ให้ยอมขายเสียงในลักษณะดังกล่าว เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดเพียง 4 ปี แต่ส่งต่อถึงอนาคตลูกหลาน
“อาชีพนักการเมืองไม่ใช่อาชีพที่ไม่มีเกียรติ แต่การกระทำของนักการเมืองบางส่วนทำให้ศักดิ์ศรีลดลง ย้ำว่าผู้ที่มีเสียงข้างมากอาจเก่ง แต่ “คนเจ๋ง” ต้องยืนอย่างภาคภูมิใจและมีความรับผิดชอบต่อสังคม“
น.ส.กรรณ์ ยังฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หลายนโยบายที่พรรคการเมืองเสนอ ไม่สามารถทำได้จริง กกต.ควรทำหน้าที่ตรวจสอบและทักท้วงอย่างตรงไปตรงมา พร้อมระบุว่า กกต.เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ ผู้ทำหน้าที่ต้องยืนตรงเหมือนไม้บรรทัด และต้องภาคภูมิใจในบทบาทของตนเอง เพื่อให้ลูกหลานภูมิใจ
เมื่อถามถึงการประเมินผลหลังลงพื้นที่หาเสียง น.ส.กรรณ์ ระบุว่า พรรคเป็นธรรมเป็นพรรคขนาดเล็ก มีผู้สมัครที่ค่อนข้างมีโอกาสใน 2 เขต ได้แก่ ขอนแก่น เขต 4 และกรุงเทพมหานคร เขตบางแค คาดว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 1–2 ที่นั่ง หากได้มากถึง 3–4 ที่นั่งก็ถือเป็นความสำเร็จ โดยย้ำว่าพรรคเน้นนโยบายเกษตรฐานราก ไม่ยึดกระแสหรือใช้กระสุนทางการเมือง เพราะที่ผ่านมา กระแสและกระสุนไม่ได้ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น
น.ส.กรรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคเป็นธรรมต้องการพิสูจน์ว่านโยบายเกษตรสามารถทำให้เกษตรกรจับเงินล้านได้จริง โดยจะเริ่มจากการแก้ปัญหาการขายข้าวอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองใหญ่ที่ประชาชนเลือกด้วยสีหรือกระสุนว่า ได้รับผิดชอบต่อปัญหาราคาข้าว หนี้สิน และปัญหาสังคมมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสถานการณ์สังคมว่า ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละกว่า 15 คน สะท้อนว่าปัญหาโครงสร้างยังไม่ได้รับการแก้ไข พร้อมย้ำว่าพรรคเป็นธรรมอาจไม่มีอำนาจต่อรอง แต่มีความคิด มีจุดยืน และพร้อมรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียง
ท้ายที่สุด น.ส.กรรณ์ ฝากถึงประชาชนในวันเลือกตั้งที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ออกมาใช้สิทธิด้วยเหตุผลและสติ ไม่ใช่อารมณ์ พร้อมเปรียบพรรคเป็นธรรมเหมือนกิ่งใบของต้นไม้ ที่แม้จะเล็ก แต่จำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงทั้งต้น พร้อมชู “นโยบายปฏิทินเป็นธรรม” และ “นโยบายหมูปิ้ง” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมจากฐานราก และขอโอกาสจากประชาชนร่วมเป็น “ใบไม้” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรม


