ลูกระยองไม่ทิ้งกัน! “ดร.เอ้ สุชัชวีร์” บุกถิ่นกำเนิด อ้อนขอคะแนนดันนั่งนายกฯ ประกาศลั่น ไม่ยอมให้ต่างชาติฮุบที่ทำกิน-กอบกู้อากาศบริสุทธิ์คืนพี่น้อง
วันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2569 ที่เพลินตาการ์เด้น จ.ระยอง พรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย "ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ถือฤกษ์ดีบุกถิ่นเก่า จ.ระยอง ภายใต้คอนเซปต์กินใจ “คืนสู่เหย้า ส่งคนบ้านเรา เป็นนายก” หวังโกยคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวระยอง ให้เทใจช่วยผลักดันคนระยองแท้ๆ ขึ้นสู่จุดสูงสุดของการบริหารประเทศ
สำหรับช่วงเช้า ดร.เอ้ สุชัชวีร์และคณะเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากวงการศึกษาและชมรมการศึกษา จ.ระยอง ซึ่งประกอบด้วยครูระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชน เครือข่ายการศึกษาที่อยู่ในทุกอำเภอ รวมถึงตัวแทนสหกรณ์กว่า 9,000 คน มีผู้บริหารและผู้แทนจากโรงเรียนในจังหวัดระยองเข้าร่วม อาทิ นายเสน่ห์ ขาวโต อดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่
"ดร.เอ้ สุชัชวีร์" กล่าวว่า ระยองคือบ้านของตน และรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เติบโตและรับการศึกษาที่จังหวัดแห่งนี้ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยเริ่มเรียนที่โรงเรียนตรีวิทย์ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลระยอง ระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเดียวกัน จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนระยองวิทยาคม ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 จนถึง ม.6
“ผมได้รับการศึกษาที่ระยองตั้งแต่เด็ก ครูทุกท่านดูแลผมอย่างดี พื้นฐานทั้งหมดที่ผมมีในวันนี้ มาจากครูไทย ผมสอบได้อันดับ 1 ได้โควตาช้างเผือกไปเรียนวิศวกรรมที่ลาดกระบัง และได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ผมมั่นใจในระบบการศึกษาไทย และมั่นใจในตัวครู”
"ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ยังระบุว่า โลกในวันนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันระหว่างประเทศรุนแรงมากขึ้น และยอมรับว่าการศึกษาไทยกำลังตามหลังหลายประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไม่อาจยอมรับได้ พร้อมชี้ว่าปัญหาสำคัญเกิดจากผู้นำรัฐบาลที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาและครูอย่างเพียงพอ
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวด้วยว่า ตนเองและคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ชูเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก เพราะเชื่อมั่นว่า “การศึกษาคือยาแก้จน” และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตประชาชน โดยรัฐต้องลงทุนสร้างคนให้มีคุณภาพผ่านการส่งเสริมการศึกษาอย่างจริงจัง
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังเสนอแนวคิดการจัดทำ “บ้านพักครูคุณภาพ” ซึ่งเห็นว่ายังไม่มีนักการเมืองคนใดพูดถึงอย่างจริงจัง โดยระบุว่า ครูจำนวนมากต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะครูในกรุงเทพมหานครที่ไม่มีบ้านพักให้เลย ขณะที่ในต่างจังหวัด ครูบางพื้นที่ยังต้องใช้ห้องน้ำรวม ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ควรได้รับ
“ผมพูดจากใจ เพราะผมเห็นจริง บ้านพักครูไทยอยู่ไม่สบาย ครูคือคนที่สร้างอนาคตให้ประเทศ แต่กลับต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ลำบาก”
รวมทั้ง "ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ยังย้ำถึงนโยบายอาหารเช้าในโรงเรียน โดยระบุว่า เด็กไทยราว 30-40% ไม่ได้ทานอาหารเช้า ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของครูคือการสอน ไม่ควรถูกแบกรับภาระด้านเอกสาร
"ดร.เอ้ สุชัชวีร์" แคนดิเดตนาตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ยังกล่าวถึงบุคลากรอื่นในโรงเรียน อาทิ นักการภารโรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญแต่กลับถูกมองข้าม พร้อมยืนยันว่า นโยบายของพรรคจะดูแลบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ครูเท่านั้น
ช่วงท้าย "ดร.เอ้ สุชัชวีร์" กล่าวว่า ตนไม่เคยมีคำว่าเหนื่อยหรือท้อในชีวิต และจะเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไปจนกว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าจุดกำเนิดของตนมาจากคนระยอง และต้องการแรงสนับสนุนจากภาคการศึกษาอย่างแท้จริง
“การเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช่ของประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าคนระยองให้โอกาส ผมมั่นใจว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะได้พลังไปเปลี่ยนแปลงประเทศจริง ๆ ช่วงโค้งสุดท้ายนี้สำคัญมาก ถ้าพ่อแม่พี่น้องเบื่อการเมืองเก่า ถึงเวลาเลือกคนใหม่”
ขณะที่เมื่อเวลา15.00 น. "ดร.เอ้ สุชัชวีร์ "ได้นำผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ ประกอบด้วย ดร.พรทวี พูลกลาง ผู้สมัคร สส.เขต 1 ,ร.ต.ต เรืองชัย สมบัติภูธร ผู้สมัคร สส.เขต 2, นายสหภูมิ เอกวรพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 และ นางสาวสันต์นิสา รัตนโกเศศ ผู้สมัคร สส.เขต 4 ขึ้นรถแห่ เพื่อตระเวนหาเสียงในเขตเมืองระยอง จ.ระยอง
ระหว่างทาง "ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ได้ไหว้สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดลุ่มฯ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย โดยหลังจากสักการะเสร็จสิ้นระหว่างเดินออกมาจากวัดเพื่อที่จะขึ้นรถหาเสียงได้มี ประชาชนเดินนำพวงมาลัยมาให้พร้อมบอกว่าสู้ ๆ และ ยังมี “ไรเดอร์” ตะโกนเชียร์ให้ “ดร.เอ้ สู้ ๆ" พร้อมยกนิ้วโป้งให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ในเวลาต่อมารถแห่ปราศรัยได้จอดบริเวณโรงเรียนระยองวิทยา "ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ได้ทักทายเด็ก ๆ ที่ออกมาจากโรงเรียน นอกจากนั้นยังมีเด็ก ๆ เดินเข้ามาขอถ่ายภาพด้วย เนื่องจากดร.เอ้ สุชัชวีร์เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนระยองวิทยา ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ จ.ระยอง ว่า ดีใจมาก เพราะพี่น้องชาว จ.ระยอง หลายคน เดินข้ามถนนเอาพวงมาลัยมาให้ตน พร้อมบอกว่าเป็นรุ่นพี่ในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนระยอง ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจที่ทุกคนจำได้ โดย "ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ได้มีโอกาสกราบคุณครูและพบกับคุณครูหลายคนที่เคยสอนตนเองมาก่อน จึงพลังขอสนับสนุนให้ลูกคนระยองเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมสนับสนุน สส.พรรคไทยก้าวใหม่ทุกคนให้มาช่วยกันปรับโครงสร้างการศึกษาไทย เพราะวันนี้ไทยสู้เขาไม่ได้ ยังแพ้เวียดนาม และ ลาว ทั้งที่ไทยมีโรงเรียนที่ดี และ มีคุณครูที่ดี แต่มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นทางการเมือง หากประเทศมีนายกฯ ที่เน้นเรื่องการสร้างคนและการศึกษา ประเทศไทยจะชนะทุกเรื่องไม่มาถึงวันนี้
พรรคไทยก้าวใหม่เน้นการสร้างคน การศึกษา คือ ยาแก้จน ส่วนเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ หากไม่ทำ จะส่งผลกระทบต่อการศึกษาของประเทศไทยให้ไม่มีทางรอด และประชาชนจะเดือดร้อน จึงขอทุกคะแนนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวเสริมว่า ตอนนี้ระยองไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนน้ำทะเลใสสะอาด อากาศบริสุทธิ์ อยู่อย่างมีความสุข แต่วันนี้น้ำทะเล อากาศ เป็นมลพิษ คนระยองเป็นมะเร็งมากที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศประเทศไทย ซึ่งวันนี้หลังจากการลงพื้นที่ตนได้เห็นโรงงานต่างชาติเต็มไปหมด และไม่ได้ใช้คน จ.ระยอง ไม่ได้ซื้อของจากระยอง ตั้งแต่โรงงานต่างชาติที่เอารัดเอาเปรียบ มาเป็นล้งทุเรียน การเกษตรก็มีล้งต่างชาติ รถที่จะเอาทุเรียนไปขายก็เป็นของต่างชาติ และยังมีการสวมสิทธิ์โควต้าทุเรียนของคนไทยอีก
“อยากถามว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ผมไม่ยอมเพราะผมเป็นคนระยอง อยากวิงวอนให้คนระยองสนับสนุนผมและพรรคไทยก้าวใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจะจัดการทุนต่างชาติที่มาเอารัดเอาเปรียบ ทั้งในเรื่องโรงงาน การเกษตร และสิ่งแวดล้อม“ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าว
ทั้งนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่า หากจำได้ตนมาต่อสู้ในเรื่องของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยต่อสู้แบบกัดไม่ปล่อย เพราะฉะนั้นขอให้ส่งกำลังใจให้ตนและรวมพลังเลือก สส.พรรคไทยก้าวใหม่ทุกเขต และสนับสนุนบัตรสีชมพูเบอร์ 49 เพื่อให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีไปดูแลประชาชน จ.ระยอง และประชาชนทั่วประเทศ


