กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคมจำนวน 117 คน ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ประเทศไทย ระบุว่าประเทศกำลังเผชิญภาวะถดถอยรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ซบเซา ความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัว และระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึก จนอาจนำไปสู่ภาวะ “รัฐล้มเหลว” หากยังขาดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
แถลงการณ์ชี้ว่า ในขณะที่โลกกำลังแข่งขันและแบ่งขั้วอย่างเข้มข้น ประเทศไทยกลับถูกฉุดรั้งด้วยการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ การผูกขาดทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่พัวพันกับผลประโยชน์สีเทา ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเผชิญความยากลำบาก ขาดความหวังในอนาคต
กลุ่มนักวิชาการระบุว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนพิจารณาเลือกผู้นำและคณะผู้บริหารประเทศที่มีคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ มีความรู้ความสามารถสูง มีความกล้าหาญในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการเมือง และมีความสุจริตปราศจากประวัติทุจริตหรือพัวพันธุรกิจผิดกฎหมาย
แถลงการณ์ยังเตือนประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อการเมืองแบบประชานิยมระยะสั้น การแจกเงินและการซื้อเสียง ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นภาระหนี้และเปิดช่องให้การทุจริตขยายตัวมากขึ้น พร้อมย้ำว่าการยอมรับผู้นำไร้วิสัยทัศน์จะทำให้ประเทศติดหล่มความเหลื่อมล้ำและความสิ้นหวังต่อไป
ท้ายที่สุด กลุ่มนักวิชาการเรียกร้องให้ประชาชนใช้สิทธิอย่างมีสติ เลือกผู้นำที่ “เก่งและไม่โกง” เพื่อฟื้นศักยภาพประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือในเวทีนานาชาติ และทวงคืนอนาคตที่มั่นคงให้กับคนไทยทุกคน


