เมืองไทย 360 องศา
หากพิจารณากันตามความเป็นจริงในเวลานี้ ก็ต้องบอกว่า “พรรคส้ม” หรือพรรคประชาชน กำลังเจอศึกหนักรอบด้าน ในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน จากครั้งก่อนๆ จะเห็นว่าพรรคส้มจะถล่มแต่พรรคอื่น ฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะเป็น “กลุ่มอำนาจเก่า” พรรคการเมืองที่ระบุว่าเป็นเครือข่ายกลุ่มเดียวกัน เรียกว่า “เคยแต่ไล่ต้อนคนอื่น” มาคราวนี้ ต้องเจอแบบจังๆ จนเกิดอาการสั่น จนแทบไปไม่เป็นเหมือนกัน จนถึงขั้นต้องใช้วิธีการ “ฟ้องดำเนินคดี” กับคนที่พวกเขาระบุว่า “ใส่ร้ายป้ายสี” แต่หากย้อนกลับไปในอดีต เมื่อเคยถูกฟ้องก็จะอ้างว่า “ถูกใช้กฎหมายปิดปาก” หรือมีวาทะแบบนำสมัยว่า “ถูกกดทับ” อะไรประมาณนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มกราคม นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กเรื่อง “จำเป็นต้องดำเนินคดี”
โดย ภาพดังกล่าวระบุข้อความ “พรรคประชาชนจะไม่ทนกับคนอย่างชูวิทย์ อีกต่อไป จัดหนักดำเนินคดีทุกข้อหา ที่จงใจใส่ร้ายป้ายสี เพื่อหวังผลทางการเมือง”
นอกจากนี้ นางอมรัตน์ ได้แชร์คลิปที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าว ระบุว่า จะแจ้งความเอาผิดบุคคล นักการเมือง จนถึงเพจ ไอโอ ใส่ร้ายป้ายสีพรรคประชาชนอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “โจ๊กกับส้ม” เนื้อหาระบุว่า ความสัมพันธ์ของโจ๊ก กับพรรคส้ม มีมาตั้งแต่สมัย รังสิมันต์ โรม อภิปราย “ตั๋วช้าง” ด้วยข้อมูลที่โจ๊กใส่พานให้ ความที่โจ๊ก จัดโผตำรวจ ย่อมรู้ดีว่า ”ตั๋วไม่จ่าย แต่ต้องจัด“ เป็นยังไง
ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่มีความใกล้ชิดกับลุงป้อม ในช่วงรัฐบาลของลุงตู่ เรื่องจัดโผเป็นเรื่องที่ใครๆ เขาก็รู้ ไม่ใช่เรื่องผิดที่โจ๊ก จะส่งข้อมูลเรื่องเทาๆ ของวงการตำรวจให้กับพรรคส้ม อย่าไปถามหา “หลักฐาน“ เรื่องตั๋วช้าง ม้า วัว ควาย ของตำรวจ มันมีให้เห็นที่ไหน ? แต่ใครก็รู้เหมือนที่ รังสิมันต์ โรม รู้ว่ามีจริง แต่ไม่มี “ใบกำกับภาษี“ มาโชว์ให้ดู ข้อมูลระดับนี้ น้องโรม ที่ไม่เคยสัมผัสวงการตำรวจ จะไปหาจากไหนได้ ระยะหลังโจ๊ก ออกข่าวอย่างต่อเนื่องในระหว่างการต่อสู้คดี
ล่าสุด “น้ำท่วมหาดใหญ่” โจ๊ก ลงพื้นที่ช่วยเหลือ แจกข้าวแจกน้ำ เป็นถึง “นายกฯ สมาคมชาวปักษ์ใต้” เคยกระทุ้งบอกมีคนตายจากน้ำท่วมเป็นพันศพ และเรียกร้องให้อนุทินลาออก สังเวยความรับผิดชอบ สื่อให้ความสนใจ โจ๊ก ตีราคาขึ้นมาด้วยการเสนอต่อพรรคส้ม ผ่านกรรมการบริหาร “สายใต้ฮาร์ดคอร์“ เพื่อจะเพิ่มปริมาณ สส.ให้ได้มากขึ้นจากเดิม 151 คน โดยทำพื้นที่ภาคใต้ให้ได้อีก 10 คน เพื่อแลกกับตำแหน่ง นี่เป็นแค่การต่อรองทางการเมือง
คงไม่คิดว่า โลกจะสวยถึงขนาดมีคนชอบทำงานฟรีเหมือนผม คนคุ้นเคยหา สส. เพิ่มขึ้นให้เพื่อเป้าหมาย 251 คน ตามที่พรรคส้มต้องการ แล้วต้องได้รับผลตอบแทนเป็นตำแหน่งทำงาน มันเป็นเรื่องแปลกเสียหายตรงไหน ?
“พรรคเก่าใหม่ ก็ไม่ได้ต่างกัน“
ทีพรรคส้มตั้ง ”มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง” สูงส่งกว่าพรรคอื่น ยังมีคนพัวพันทั้งยาเสพติด ฟอกเงิน เจ้ามือบ่อนออนไลน์ อยู่ในพรรค ไปอ้างว่าพรรคอื่นมีเยอะกว่า แต่เมื่อวางตำแหน่งตัวเองเหมือน “สมภารวัด” ยึดศีล 227 ข้อ พอทำผิดดันบอกว่า “ก็ยังดีกว่ามหาโจร ก็แล้วกัน“ โถ..คนดี มันพูดอย่างนี้ได้ยังไงกัน ?
แต่แล้วโจ๊กเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดนลูกน้องแฉ “คดีติดสินบนทอง ปปช.” เข้าเล่นงาน แม้คดีโจ๊กยังไม่ถึงปลายทาง แต่วิธีการเล่นการเมืองผ่านนอมินีมี มีจริงไหม ? ให้ลองถามธนาธร ที่ถูกโทษแบนทางการเมือง 10 ปี แต่ยังลอยหน้าลอยตาให้ความเห็น ชี้แจงนโยบาย แล้วเสียงดังกว่า “หัวหน้าพรรค” อีกเสียด้วย แถมยังอยู่ทุกเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญของพรรคส้มทั้งสิ้น ดูเอาก็ได้ว่าทำยังไง ?
ไม่ว่า ”ดีลลับฮ่องกงกับทักษิณ” หรือ “ดีลลับ MOA กับอนุทิน” ก็ล้วนเป็นธนาธรตัวจริงเสียงจริง ที่เป็นคนไปเจรจา ที่ผมเอาเรื่องโจ๊ก กับพรรคส้มมาเปิดเผย ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตใคร เพราะเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่คนทำงานย่อมได้รับ ผลตอบแทน เมื่อพรรคส้มต้องการปฏิรูปวงการตำรวจ ข้อมูลจากโจ๊ก จึงเป็นข้อมูลชั้นดีที่จะนำมาใช้
งานนี้ถึงได้บอกว่า“พรรคส้ม” โดนเข้าไปเต็มๆ ครั้งจะนิ่งเงียบ หรือปล่อยให้ผ่านไป ก็เหมือนกับว่า “ยอมรับความจริง” หรือเปล่า จึงต้องออกมาตอบโต้ทุกดอกเช่นเดียวกัน ส่วนจะทำได้แค่ไหนก็ต้องรอติดตามกัน เพราะอย่างที่รับรู้ แบ็กกราวด์ กันดีว่า คนอย่าง “ชูวิทย์” ย่อมไม่ธรรมดา ยิ่งเขายืนยันว่า “เป็นคนเทาๆ” ย่อมมีข้อมูลเทาอีกมากมายเต็มกระเป๋า
และที่สำคัญในการไปให้สัมภาษณ์กับเครือเนชั่น เมื่อวันก่อน เขาก็ยืนยันข้อมูลเรื่องตำรวจ ได้มาจาก “โจ๊ก” นั่นแหละ ขณะเดียวกันอย่างที่รับรู้กันก็คือในเรื่อง “ข้อมูล” แล้ว หากเป็นเรื่อง “เทาๆ” สำหรับ นายชูวิทย์ แล้วถือว่า ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังรับมือได้ยากอีกด้วย
อีกทั้งเวลานี้อย่างที่บอกว่า พรรคประชาชน กำลังเจอศึกหนักรอบทิศ ในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งจากคู่แข่งที่เป็นพรรคการเมืองด้วยกัน เพื่อหาทางสกัดกั้นทุกทาง เพราะ “พรรคส้ม” กลายเป็นอีกขั้วหนึ่งในการแย่งชิงกันเป็นรัฐบาล แต่ถึงอย่างไรเมื่อพิจารณาตาม “กระแส” แล้ว ทั้งตัวพรรค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค รวมไปถึงบรรดา “รัฐมนตรีเงา” ที่เปิดตัวออกมามันไม่ได้ปังอย่างที่คิด อาจเด่นในหมู่บรรดา “ด้อมๆ” ทั้งหลายที่เทใจให้อยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคจะเสนอใครมาให้ชมให้เลือก แต่สำหรับ “กระแสทั่วไป” จากภายนอก ยังไม่อาจสร้างแรงดึงดูดได้เลย
ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ สำหรับพรรคประชาชนต้องยอมรับว่ากำลังเดินมาอยู่ในสถานการณ์ใหม่ ที่ถือว่าพวกเขายังไม่เคยเจอ เพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ เปรียบเทียบเหมือนกับการทำกิจกรรมนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย ยังไม่ค่อยได้เจอโลกแห่งความเป็นจริง ที่สำคัญยังไม่ค่อยเจอกับแรงบีบคั้นทางสังคมรอบตัว โดยเฉพาะในเรื่อง “เทา” ที่เจอกับตัวเองที่ร้ายแรงถึงขั้น “เคสดำ” จากกรณีผู้สมัครถูกจับกุมในข้อหา “เว็บพนัน” และ “เครือข่ายยาเสพติด” แบบนี้ถือว่า “เสียศูนย์” ไปเลย
และยิ่งเคยชี้หน้าด่าคนอื่นไม่ต่างจาก “พวกมาร” น่ารังเกียจ แต่เจอดอกนี้เข้าไป ถึงกับพูดไม่ออก ไปไม่เป็น เพราะยิ่งเน้นเรื่องเทามากเท่าไหร่ ภาพนั้นจะยิ่งย้อนศร กลับมาที่ตัวเองนั่นแหละ
ดังนั้น โลกแห่งความจริง มันอาจโหดร้าย ไม่เหมือนโลกสวยในอุดมคติ ขณะเดียวกันการที่เคยไล่ต้อนคนอื่นมานานหรือชี้หน้าคนอื่นว่าเป็นเทา หรือดำ มาก่อน เวลาเจอกับตัวเองจังๆแบบนี้ ถึงกับทนไม่ไหว ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการ แต่ก็อาจเจอย้อนศรกลับไปเหมือนกับที่เคยใช้วาทกรรมสวยๆ ว่า “ใช้กฎหมายปิดปาก” หรือ “ถูกกดทับ” หรือเปล่า !!


