เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุเครนถล่มทั้งที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และถนนพระราม 2 พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว
โดยนายทรงศัก กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุบัติเหตุเฉพาะหน้า แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ สะท้อนช่องว่างการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดซ้ำซาก โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และงานที่ต้องปฏิบัติงานบนที่สูง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
นายทรงศัก กล่าวถึงบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รอให้เรื่องเงียบ ใช้อำนาจตาม มาตรา 32 พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างมาพิจารณา โดยเฉพาะกรณีถนนพระราม 2 ที่เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นายทรงศัก ย้ำว่าข้อเสนอแนะที่ได้มีคำวินิจฉัยไปตั้งแต่ 29 ก.ย.2568 ไม่ใช่เพียง “แนวทางเชิงป้องกัน” อีกต่อไป แต่ต้องเร่งนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ได้แก่
-กำหนดมาตรการความปลอดภัยเฉพาะสำหรับงานก่อสร้างบนที่สูง
-บัญญัติมาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมาย ระเบียบ หรือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างก่อสร้าง
รวมถึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย ทำหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยตั้งแต่ การวางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง และตรวจสอบหลังเกิดเหตุ เพื่อให้การควบคุมความปลอดภัยเป็นระบบและรัดกุมมากขึ้น คุมผู้รับเหมาอย่างเป็นระบบ และเสนอเร่งพัฒนา “สมุดพกผู้รับเหมา” และเปิดเผยข้อมูลให้ทุกหน่วยงานรัฐใช้เป็นฐานตัดสินใจ รวมถึงการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาช่วงและผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต
"ขอย้ำให้รัฐเร่งชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม และผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดประชุมติดตามผลโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากโครงการของรัฐ" นายทรงศัก กล่าว


