xs
xsm
sm
md
lg

ทส. สั่งเดินหน้าลุยตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบซุกไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อนกว่า 600 ลบ.ม. มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้ตามกฎหมาย พร้อมตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง พร้อมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ดำเนินการปราบปรามและป้องกันกลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้มอบให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ประสานงานกับผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจสอบ กรณีได้รับการประสานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมการตรวจค้นเป็นไปตามหมายค้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 15-16/2569 ลงวันที่ 14 มกราคม 2569 เข้าตรวจค้นบริษัทเอกชนจำนวน 2 แห่ง ในตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา (นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้) โดยมีผู้แทนบริษัทมาแสดงตัวเป็นผู้รับหมายและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ซึ่งผลการตรวจสอบพบไม้ท่อนและไม้แปรรูปจำนวนมาก ตรวจสอบเบื้องต้นมีปริมาตรประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท และพบเลื่อยโซ่กำลังไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง โดยไม้ท่อนมีลักษณะใหม่ ไม่มีรอยตราประทับของรัฐบาลที่หน้าตัดไม้ บางส่วนมีลักษณะเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อน เช่น เสาบ้าน ขณะที่ไม้แปรรูปมีลักษณะใหม่เช่นเดียวกัน แม้ผู้แทนบริษัทจะนำเอกสารใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร และเอกสารแสดงการได้มาของไม้บางส่วนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของไม้ทั้งหมดได้ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยคณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 และ 74 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และกระทำผิดตามมาตรา 69 วรรค 1 (1) , (2) ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้าม อันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 17 ฐาน “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์” เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลางและเลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแปลงยาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ นายคม ศรีสวัสดิ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) กรมป่าไม้ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และ นายกฤษณะ เอี่ยมศิริ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ฉะเชิงเทรา เป็นพยาน ขณะนี้การตรวจนับไม้ของกลางยังไม่แล้วเสร็จ โดยไม้ของกลางจำนวนมากยังคงอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ และได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลา

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และตอกย้ำว่าการลักลอบตัด แปรรูป หรือครอบครองไม้โดยผิดกฎหมาย จะถูกตรวจสอบและดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาผืนป่าให้คงอยู่เป็นสมบัติของประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน










กำลังโหลดความคิดเห็น