“เท้ง” วอนประชาชนกาเห็นชอบแก้ รธน. ชี้ เป็นการปราบเรื่องสีเทา-คนทุจริตโดยตรง แก้ที่มาองค์กรอิสระ ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ เอาคนผิดมาลงโทษ หวั่น แสดงตนในคูหาสองรอบ ทำประชาชนเข้าใจผิด จี้ กกต. อำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด
วันนี้ (15 ม.ค.) ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังมีประชาชนเข้าใจผิดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกับการทำประชามติอยู่ ว่า ต้องบอกประชาชนทุกคนอย่างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามเรื่องสีเทาและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน องค์กรอิสระในประเทศที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้เห็นการลงโทษคนกระทำผิด เช่น กรณี ตึก สตง. ถล่ม ถ้าเราอยากจะได้องค์กรอิสระที่ดำเนินการตรวจสอบ คนที่มีประวัติสีเทาอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องทำให้องค์กรอิสระมีที่มาที่ไปที่ยึดโยงกับประชาชน
“อย่างปัจจุบันองค์กรอิสระยังถูกเลือกมาโดย สว.สีใดสีหนึ่งหรือไม่ เท่ากับว่า ที่มาขององค์กรอิสระปัจจุบันถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ รวมถึงการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญปี 40 ประชาชนสามารถเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อเข้าถอดถอนได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้ หากใช้จุดนี้เป็นตัวตั้งว่าอยากเห็นประเทศ ที่มีปัญหาสีเทาน้อยลง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง กับการที่จะทำให้กลไกของรัฐทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการทำประชามติอาจไปไม่ถึง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวล แต่เราไม่ได้ประมาทวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นวันสำคัญมากๆ ที่ประชาชนจะได้กาบัตรใบที่ 3 สีเหลือง ในการลงประชามติก็อยากให้ทุกคนกาช่องเห็นชอบ โดยเชื่อว่าทุกคนจะเห็นด้วยว่าไม่อยากให้ประเทศนี้มีเรื่องสีเทา และอยากให้กาเห็นชอบเพื่อเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อถกเถียงไปยัง กกต. ถึงขึ้นตอนการแจกบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ ระหว่างต้องแสดงตน 2 รอบ กับแสดงตนรอบเดียวรับบัตรสามใบ ส่วนตัวมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอย่างไรบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต. จัดการทุกอย่างให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด อย่าให้เกิดความเข้าใจผิดในหน้างาน หากต้องเข้าออกคูหา 2 รอบประชาชน อาจเข้าใจผิดและคิดว่าจบกระบวนการแล้ว รวมถึงการออกเสียงประชามติล่วงหน้าเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กกต.ต้องพิจารณาและปรับปรุงกฎระเบียบต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากที่สุด


