“เอกนิติ” ปลื้มคนละครึ่งพลัส เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มทักษะในการหารายได้ กระตุ้นคนเข้าระบบภาษี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า เป็นอีกตัวอย่าง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้อิสระในการคิด เพราะว่าโครงการคนละครึ่ง มีประโยชน์ แต่เรา พลัส คือมาเพิ่ม มาบวก เพราะว่าปกติคนมองว่าคนละครึ่ง เป็นโครงการที่แจกเงิน แต่เราไม่ได้แจกเงิน เป็นการลดรายจ่ายประชาชน และพลัส คือต้องการเพิ่มทักษะ ให้กับคนไทย ให้กับร้านค้ารายเล็ก รายย่อย ให้มีทักษะในการขายของออนไลน์ ให้มีทักษะที่จะเพิ่มรายได้ ใช้คำนี้ ซึ่งนายกฯ บอกว่าต้องการให้เบ็ด ที่เอาไปตกปลาได้ ไม่ต้องการให้ปลา
นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ได้ปรับปรุง จากเดิมโครงการคนละครึ่ง ได้วันละ 150 บาท เราเพิ่มเป็น 200 บาท ของเดิมคนอายุ 18 ปีขึ้นไปได้ เปลี่ยนเป็นให้ตั้งแต่อายุ 16 ปี เพราะเด็กสามารถเปิดบัญชีได้แล้ว เป็นคนที่ต้องกินต้องใช้ จึงต้องลดภาระให้เขา พ่อแม่ที่ให้เงินไปเรียนหนังสือ ลดภาระของพ่อแม่ได้ด้วย และที่สำคัญเพิ่มทักษะได้ เราต้องการให้มีองค์ความรู้ในเรื่องของการเงินที่เป็นดิจิทัล
“หลายคนเข้าโครงการคนละครึ่งพลัส ไปขายของด้วย เพิ่มทักษะ ในการหารายได้ มีรายได้ระหว่างเรียนอีก และที่สำคัญที่สุดคือ ในการเพิ่มทักษะรีสกิล มีทักษะ AI เด็กเหล่านี้เก่งมาก ไม่ใช่แค่ทักษะขายของออนไลน์ ให้ AI ช่วยขายของออนไลน์ทักษะในการเรียนหนังสือคนไทยก็เก่งขึ้น ต้องเรียนจริงๆ โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ใช้เงินภาษีของประชาชน เราถึงพยายามจูงใจให้คนเข้าระบบภาษี เพราะคนที่อยู่ในระบบภาษีได้เงินมากกว่า คนที่ไม่อยู่ในระบบภาษีได้ 2,000 บาท คนที่อยู่ในระบบภาษีได้ 2,400 บาท ถ้ามีเฟสต่อไป หรือถ้ามีโอกาสได้ทำ อยากจะให้คนที่อยู่ในระบบภาษี พ่อค้า แม่ค้า ได้เงินมากขึ้น โดยเงินทุกบาทเอามาช่วยพัฒนาประเทศ ถ้าเราแจกเงินอย่างเดียว โดยที่ไม่เอาให้คนเข้าสู่ระบบภาษี แล้วจะทำให้เกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร” นายเอกนิติ กล่าว


