เผยตัวเลขปี 68 พบคนไทยอ้วนเพิ่ม 45% ความดันสูง 29.5% และเบาหวาน 10.8% กสร. ผนึกกำลัง สสส. พัฒนาหน่วยจป. สร้างสุขภาวะองค์กร หนุนใช้ “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย สุขภาพดี พร้อมขยายผลทั่วประเทศ
วันนี้( 8 ม.ค. 2569 ) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ จป. และเครือข่ายด้านความปลอดภัยจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 300 คน
ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิตแรงงานคือสุขภาพที่ดี ไม่ต้องเผชิญโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งพบมากในวัยทำงานจากพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ บริโภคอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และความเครียดสะสม กระทรวงแรงงานจึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการยกระดับ จป. ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร ปัจจุบันมีสถานประกอบการเข้าร่วม 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงงานคุณภาพ เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ โครงการได้พัฒนาหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Total Worker Health) การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะ การใช้เครื่องมือดูแลสุขภาพใจ และการประเมินความเสี่ยงจากพฤติกรรมแรงงาน โดยที่ผ่านมา มี จป. เข้าร่วมอบรมแล้ว 898 คน เกิดการบูรณาการงานความปลอดภัยและสุขภาพแรงงานอย่างเข้มแข็งในสถานประกอบการ
ด้าน น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญปัญหาคนวัยทำงานป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยจาก NCDs สอดคล้องผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 7 ปี 2567–2568 โดย สสส. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.6% และยังมีผู้เสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคตกว่า 5.7 ล้านคน สสส. จึงร่วมกับ กสร. และกระทรวงแรงงาน ขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) อย่างต่อเนื่อง พัฒนาองค์ความรู้ คู่มือ และแผนบริหารสุขภาพแรงงานแบบองค์รวม พร้อมสร้างโมเดลต้นแบบสถานประกอบการ 70 แห่ง
สำหรับปี 2569 สสส. เดินหน้าหนุนสถานประกอบการไทยพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานเอื้อต่อสุขภาวะระยะยาว ผ่าน 7 แนวทางหลัก ได้แก่ ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลสุขภาพจิต ปรับรูปแบบงานเพิ่มกิจกรรมทางกาย ยกระดับโรงอาหารสุขภาพ สร้างทักษะรู้เท่าทันภัยสุขภาพดิจิทัล สร้างวัฒนธรรมองค์กรปลอดบุหรี่–แอลกอฮอล์ และเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน พร้อมเชื่อมชุมชนและสังคม
ขณะที่นายรัชธัช จุลละจินดา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์ จำกัด หนึ่งในสถานประกอบการต้นแบบ ระบุว่า บริษัทน้อมนำแนวคิด Happy Workplace มาเป็นพันธกิจองค์กร บูรณาการงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะพนักงาน เกิดกิจกรรมปรับพื้นที่ลดออฟฟิศซินโดรม เวทีโภชนาการ ดูแลสุขภาพจิต ชมรมสันทนาการ และ Happy Dance ส่งผลให้พนักงานมีค่าน้ำตาลในเลือดลดลง 95.24% ความดันโลหิตลดลง 61.90% ดัชนีมวลกายปกติเพิ่มขึ้น 33.33% และความรู้ด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น 92.25% โดยตั้งเป้าลดอัตราลาป่วยลง 25% ภายในปี 2569


