นายกฯ ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคต จะมีหนึ่งในนี้มาบริหารประเทศ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง บอกตัวเองเป็นเด็กโข่ง ไม่คิดจะได้เป็นนายกฯ วัยเด็กไม่เคยมาทำเนียบ เพราะเรียนไม่เก่ง
วันนี้ (8 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้อนรับเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาท โดยกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่นำลูกๆ หลานๆ เด็กๆ เยาวชนมาพบกับตนที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ และในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าส่วนราชการ ขอกล่าวคำว่า ยินดีต้อนรับลูกหลานทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งลูกหลานทุกคนก็มาที่นี่เพื่อมารับรางวัลกว่า 1,000 คน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ตั้งแต่ทำงานมาในรัฐบาลนี้ จึงขอให้ทุกคนได้ซึมซับและมองที่ทำงานในอนาคตของตัวเองเอาไว้
“ในวันหนึ่ง ลุงเชื่อเหลือเกินว่า หนึ่งในพวกเราจะต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้ และบริหารประเทศ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และอีกหลายคนก็มาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ ขอให้ถือเป็นแรงบันดาลใจเผื่อจะได้ตั้งเข็มให้เกิดความมุ่งมั่น และพยายามที่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ กับบ้านเมืองให้มากที่สุดในอนาคต และตนเองที่ตอนนี้ถือเป็นเด็กโข่งแล้ว เป็นผู้ที่ผ่านชีวิต แต่ก็ยังจำวันชื่นคืนสุขในตอนที่ยังเป็นเยาวชนได้ไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด มีทั้งโอกาสและทำให้เราได้ทดลองว่าชีวิตจะเดินหน้าไปทางไหน ลูกหลานที่อายุขนาดนี้เป็นนักเรียนนักศึกษา เรายังสามารถที่จะลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิดก็จำเป็นบทเรียน ส่วนตรงไหนถูกก็ทำให้ถูกมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยังมีเวลาได้แก้ไขปัญหา เมื่อมาถึงวัยอย่างลุงแบบนี้ ต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้น เมื่อผิดแล้วไม่มีเวลาเหลือให้ไปแก้ไข การมาอยู่ในทำเนียบรัฐบาลอยากให้ทุกคนได้ซึมซับและตั้งมั่นว่าเราต้องมีความเป็นเลิศในด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ และควบคู่ไปกับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม และหวังว่า ในวันเสาร์ 10 ม.ค. 69 ที่ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายคนจะได้มีโอกาสไปในสถานที่ราชการ การรวมถึงสถานที่ด้านความมั่นคงเพื่อดูยุทโธปกรณ์ อาวุธ ดูเรื่องความรู้เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะฝากต่อไป คือ ขอให้ลูกลูกหลานมีความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็ให้ศึกษาเพิ่มเติม แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อมั่นในคำว่าทีมไทยแลนด์ และสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง ที่จะยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ในอนาคตอันใกล้ ลุงและป้าที่อยู่ที่นี่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากฝากอนาคตและฝากชีวิตบ้านปลายไว้กับลูกหลานทุกคน นอกจากนี้ เราต้องไม่จำกัดตัวเอง ไม่ภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านไป เราต้องตั้งเป้าที่สูงกว่าเสมอ ต้องใช้ความพยายาม เพื่อขยายความชำนาญไปยังสาขาอื่นๆ หรือลองหัดพูดภาษาต่างประเทศเยอะๆ ทั้งนี้เขาบอกว่าคนที่หัวดีแต่ไม่ค่อยท่องหนังสือ เชื่อถือว่าคนเกิดมาสมองเท่ากัน ถ้าเรามีความเพียรพยายามตั้งใจ เราต้องมีความรู้ติดตัวไปประกอบอาชีพได้แน่นอน
สำหรับตนตอนเด็กๆ เขาบอกให้เล่นดนตรีก็เล่น ซึ่งไม่คิดว่าในวันหนึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20-30 ปีก่อนถึงวันเด็ก ก็ไปเที่ยวที่กองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน แต่ไม่เคยมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะเรียนไม่เก่ง ทั้งนี้ตนจะเปิดห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ให้เด็กๆ มาลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และตึกไทยคู่ฟ้าก็มีอายุหลาย 100 ปีแล้ว ส่วนคำขวัญวันเด็กปีนี้ รักชาติไทย ใส่ใจโลก เชื่อว่าเด็กทุกคนรักชาติอยู่แล้ว ส่วนใส่ใจโลกคือเราต้องทำเป็นตัวอย่างให้โลกดูน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นบ้านของเราในอนาคต อย่าให้มีฝุ่นละอองมลพิษ และลองหัดใช้พลังงานสะอาดเพื่อให้ประเทศในอนาคตจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เป็นมลภาวะอีกต่อไป เพื่อให้คนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งนี้เยาวชนในสมัยของนางนฤมล เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ ต้องตั้งเข็มว่าต้องพัฒนาเด็กให้แซงนานาประเทศ ให้ไปยืนอยู่ไปยืนแถวอยู่หน้า ความเกรงขาม และนานาประเทศต้องให้ความสำคัญ ตนเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และขอให้วันเด็กที่จะถึงนี้เป็นเครื่องเตือนใจกับผู้ใหญ่ทุกคน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเราที่มีต่อเด็ก ไม่ใช่แค่เด็กในความปกครองเท่านั้น เราต้องช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาของเราและของผู้ปกครองพ่อแม่ ครอบคลุมเด็กทุกคนในสังคมไทย ให้มารับช่วงพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และขอให้ทุกคนมีความสุข


