ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) รายงานปริมาณน้ำอ่างใหญ่–กลางทั่วประเทศกว่า 6.67 หมื่นล้าน ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มั่นคงยืนยันบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง 2568/69 เป็นไปตามแผน น้ำอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลน
วันนี้ (5 มกราคม 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 66,699 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 87% ของความจุอ่างฯ รวม โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 23,136 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 93% ของความจุอ่างฯ รวมกัน
ด้านการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/69 กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำจากโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ โดย ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 มีน้ำต้นทุนรวม 47,516 ล้านลูกบาศก์เมตร สำรองไว้ต้นฤดูฝนหน้าประมาณ 17,953 ล้านลูกบาศก์เมตร และวางแผนจัดสรรน้ำรวม 29,563 ล้านลูกบาศก์เมตร
คาดการณ์ว่าในฤดูแล้งนี้ ชาวนาทั่วประเทศจะปลูกข้าวนาปรังประมาณ 10.05 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการจัดสรรน้ำไปแล้วกว่า 9,800 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 34% ของแผนฯ ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 3,904 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42% ของแผนฯ และคาดว่าจะมีการทำนาปรังราว 6.27 ล้านไร่
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะค่าความเค็มในพื้นที่เฝ้าระวัง 4 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง พบว่าค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์ปกติทุกจุดเฝ้าระวัง โดยคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับคุณภาพน้ำเพื่อการเกษตรในแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง
นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำคงค้างในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลางอย่างต่อเนื่อง ควบคู่คงเหลือน้ำบางส่วนในทุ่งเพื่อเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปรังหรือพืชฤดูแล้งอื่น ๆ พร้อมเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในช่วงฤดูแล้ง และย้ำยืนยันว่า น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมชลประทาน: https://www2.rid.go.th/th/main


