“เรืองไกร” ร้อง กกต. วินิจฉัย “เท่าพิภพ” สมัคร สส.กทม.ปชน.เขต 33 ถูกต้องหรือไม่ เหตุ “บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์” ลาออกจากสมาชิกพรรค อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีการลงลายมือชื่อ
วันนี้ (5 ม.ค. )เวลา 10.00น. ที่สำนักงาน กกต. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส. เขต 4 กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นคำร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยว่ากรณีการสมัคร สส.เขต 33 กทม. ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่มาแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินยาเสพติด ชอบด้วย พรป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ เพราะ จากการตรวจสอบการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนของนายบุญฤทธิ์ ซึ่งตามภาพข่าวไม่มีการลงลายมือชื่อและเลขที่รับ ตามขั้นตอนใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 50
นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนไม่ติดใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 กทม.ของพรรคประชาชน หากเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่หลังจากติดตามข่าว รวมถึงขั้นตอน ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า การที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส. กทม.เขต 33 คนเดิมผ่านการจับได้เบอร์ 11 แล้ว เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 ต่อมามีข่าวถูกจับในวันที่ 29ธ.ค. 68 ก่อนจะมีข่าวว่าลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และมีการสรรหาผู้สมัครใหม่ คือ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ภายในวันเดียวกัน เป็นไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ เพราะในวันที่ นายบุญฤทธิ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ไม่มีปรากฎข่าวว่ามี ใครได้เข้าพบนายบุญฤทธิ์ขณะถูกควบคุมตัวหรือไม่ แต่กลับมีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของนายบุญฤทธิ์บนเว็บไซต์ กกต.ในวันเดียวกัน โดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับ จึงสงสัยว่า เป็นการลาออกโดยสมบูรณ์ตาม ม.27 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ เพราะ ถ้ากระบวนการลาออกไม่ถูกต้องสมบูรณ์ กรณีนี้อาจต้องถือ ว่านายบุญฤทธิ์ ยังไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เมื่อไปตรวจสอบจากเว็บไซต์ กกต. ก็ไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาศาลในกรณีที่คล้ายกันแต่อย่างใด กรณีนี้จึงยังหาข้อยุติเพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ ดังนั้นจึงมายื่นคำร้องให้ กกต.วินิจฉัย รวมทั้งขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยขั้นตอนกระบวนการเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร สส.ให้ประชาชนรับทราบว่าเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยสมบูรณ์หรือไม่


