“สมศักดิ์” ขอชาวพิจิตร เลือก “ภูดิท” เบอร์ 1ชี้นโยบายจะเดินหน้า ต้องมีเสียง สส.เกิน 250 ที่นั่ง ด้าน“ณัฐธิดา” ย้ำ เพื่อไทยชูเศรษฐกิจปากท้อง–เกษตรกรได้กำไรจริง
วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 2 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ วัดห้วยเกตุเกษม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 500 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเสียงสะท้อนปัญหาจากประชาชนอย่างต่อเนื่องผ่านนายภูดิท ซึ่งหลายประเด็นสอดคล้องกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด อย่างไรก็ตาม การผลักดันนโยบายและการแก้กฎหมายให้สำเร็จ จำเป็นต้องมีเสียง สส.เกิน 250 ที่นั่ง เพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนงานได้โดยไม่สะดุดจากข้อจำกัดของพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมขอแรงสนับสนุนชาวพิจิตร เลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และเลือกนายภูดิท เบอร์ 1 เพื่อให้มีเสียง สส.เพียงพอ เดินหน้านโยบายอย่างราบรื่น
นายสมศักดิ์ ยังย้ำถึงจุดแข็งของพรรคว่า มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เป็น “นักวิจัย” เข้าใจปัญหาเชิงลึกถึงต้นตอ โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตรที่เสนอ “ประกันกำไร 30%” เพื่อให้เกษตรกรมีกำไรจริง ท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
ด้าน น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจปากท้องเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผชิญต้นทุนสูงแต่ราคาผลผลิตตกต่ำ นโยบายประกันกำไร 30% จะช่วยให้เกษตรกรมีกำไรทุกการเพาะปลูก พร้อมตั้งเป้าราคาพืชผลสำคัญ เช่นข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ข้าวขาว 10,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน ยางพารา 70 บาท/กก. ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. มันสำปะหลัง 3 บาท/กก.รวมถึงมาตรการคูปองปุ๋ย–เมล็ดพันธุ์ และพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก นาน 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท
น.ส.ณัฐธิดา ยังกล่าวถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนออมเงินผ่านการซื้อสลาก โดยเงินไม่สูญหายแต่สะสมเป็นเงินออมยามเกษียณ สามารถซื้อได้ทุกวันศุกร์ผ่านแอปทางรัฐและร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน
ขณะที่ นายภูดิท กล่าวว่า ขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้เลือกคนทำงานกลับเข้าสภาฯ เพื่อเป็นกระบอกเสียงผลักดันนโยบายและกฎหมายที่เป็นประโยชน์ แม้ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เป็น สส. แต่ยังคงลงพื้นที่รับฟังปัญหาและช่วยแก้ไขอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันจะเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่


