xs
xsm
sm
md
lg

เร่งรัดอัดมาตรการพยุงราคา สกัดผลผลิตลำไย ล้นตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพาณิชย์ เร่งกระจายผลผลิต–คุมคุณภาพ ‘ลำไย’ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด ให้มีช่องทางรองรับเพียงพอ ช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคา สร้างความมั่นใจให้เกษตรกร

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญของประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิต-การตลาดลำไย พบว่าขณะนี้ราคาลำไยที่เกษตรกรได้รับอยู่ในเกณฑ์ดี ลำไยสดช่ออยู่ที่ประมาณ 26–32 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยรูดร่วงประมาณ 20–26 บาทต่อกิโลกรัม

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตลำไยทั่วประเทศ ปี 2569 อยู่ที่ 1.357 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11.44 โดยลำไยในฤดู 8 จังหวัดภาคเหนือมีผลผลิตประมาณ 547,000 ตัน และขณะนี้เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 54 กรมฯ จึงเร่งบริหารจัดการผลผลิต โดยเชื่อมโยงและกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตผ่านผู้ประกอบการ ห้าง Modern Trade และกิจกรรม “ไทยช่วยไทย” ในพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งผลิต ควบคู่กับการรณรงค์เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งสนับสนุนตะกร้าบรรจุลำไยสดกว่า 30,000 ใบ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและกระจายผลผลิต

การลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯ ได้เข้าเยี่ยม บริษัท ดี เอส ฟู้ด จำกัด เพื่อติดตามสถานการณ์การตลาดและการส่งออกลำไยอบแห้ง พร้อมพบกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยตำบลหนองตอง อำเภอหางดง เพื่อรับฟังสถานการณ์ผลผลิต แนวโน้มราคา และปัญหาอุปสรรคจากเกษตรกร โดยเน้นย้ำการบริหารจัดการผลผลิตล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไยออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมากจนเกิดภาวะ Over-supply ซึ่งอาจกระทบต่อราคา จากนั้นได้ตรวจเยี่ยม บริษัท อิมเมจ พืชผล อำเภอสันป่าตอง เพื่อติดตามกระบวนการคัดขนาดลำไยแบบตะแกรงร่อน การคัดเกรด และตรวจสอบคุณภาพก่อนจำหน่าย เพื่อให้สินค้าได้มาตรฐานและเกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จะติดตามสถานการณ์ลำไยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด เพื่อบริหารจัดการให้มีช่องทางรองรับอย่างเพียงพอ ทั้งการกระจายผ่านผู้ประกอบการและ Modern Trade การเพิ่มการบริโภคในประเทศ การควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง พร้อมประสานเกษตรกร-ผู้ประกอบการ ให้วางแผนการเก็บเกี่ยวและการระบายผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้ผลผลิตกระจุกตัวและส่งผลกระทบต่อราคา

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและขยายตลาดลำไยอบแห้ง ซึ่งปัจจุบันมีจีนเป็นตลาดหลัก โดยได้หารือกับสมาคมและผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มช่องทางตลาด ให้หลากหลายขึ้น ทั้งการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA เพื่อเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ตลอดจนมองหาตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ อินเดีย เมืองรองของจีน กลุ่มประเทศเอเชียกลาง และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระบายผลผลิตและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง รวมถึงส่งเสริมการใช้ Influencer และ KOL เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับลำไยอบแห้งไทย ขยายฐานผู้บริโภค สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการไทย

นายวิทยากร ย้ำว่า ขณะนี้ราคาลำไย ที่เกษตรกรได้รับอยู่ในเกณฑ์ดี สิ่งสำคัญ คือ การรักษาสถานการณ์นี้ไว้ ซึ่งกรมฯ จะติดตามทั้งปริมาณผลผลิต การเก็บเกี่ยว ราคา การระบายสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาด มีช่องทางรองรับเพียงพอ และเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะกับคุณภาพ รวมทั้งจะขยายตลาดลำไยอบแห้งไปยังตลาดใหม่ ๆ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ลำไยไทย