กลายเป็นอีกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังเพจ อัยหยิก อิแอม เผยแพร่คลิปแสดงความคิดเห็นถึงนโยบายควบคุม ป.ของรัฐบาล และกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้ ป.กับโจรที่บุกรุกเข้าบ้าน จนเกิดการถกเถียงเรื่องสิทธิในการป้องกันตัวของประชาชน
เจ้าของคลิปตั้งคำถามว่า หากประชาชนอยู่ภายในบ้านของตัวเองและมีคนร้ายบุกรุกเข้ามา จะสามารถป้องกันชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สินของตัวเองได้แค่ไหน พร้อมวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในลักษณะว่า “กฎหมายคุ้มครองโจรมากกว่าเจ้าของบ้าน”
นอกจากนี้ยังกล่าวประชดถึงคำพูดของนายกรัฐมนตรี โดยมองว่า หากเจ้าของบ้านใช้ ป.กับผู้บุกรุกแล้วถูกมองว่าผิด ประชาชนจะต้องทำอย่างไรเมื่อเผชิญเหตุจริง ถึงขั้นตั้งคำถามเชิงเสียดสีว่า เมื่อโจรเข้าบ้าน เจ้าของบ้านต้องยืนยกมือไหว้ต้อนรับหรือไม่
เจ้าของเพจยังใช้ถ้อยคำรุนแรงวิจารณ์ว่า แนวทางดังกล่าวเสมือน “ผู้นำออกมาชี้แนวทางหาแดกให้กับโจร” เนื่องจากมองว่าคนร้ายอาจไม่เกรงกลัวเจ้าของบ้าน หากเชื่อว่าประชาชนไม่สามารถใช้อาวุธตอบโต้เพื่อป้องกันตัวได้
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ นโยบายห้ามประชาชนทั่วไปพก ป.ออกนอกเคหสถาน โดยผู้พูดเรียกร้องให้มาตรการดังกล่าวใช้มาตรฐานเดียวกันกับนักการเมือง ผู้ติดตาม และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้มีอำนาจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปราม ป.เถื่อน และขบวนการซื้อขาย ป.ผิดกฎหมายด้วย
อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิป้องกันตัว หรือกฎหมายคุ้มครองโจรมากกว่าเจ้าของบ้าน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ยังคงรับรองสิทธิในการป้องกัน หากมีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง โดยการป้องกันต้องเป็นการกระทำที่ พอสมควรแก่เหตุ ซึ่งข้อเท็จจริงของแต่ละเหตุการณ์ต้องได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี
ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงมากขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีเคยถูกถามถึงกรณีสมมติว่าโจรเข้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านใช้ ป.ลั่นไกใส่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ในตอนแรกว่า “ผิด” ก่อนจะออกมาขยายความภายหลังว่า คำตอบก่อนหน้านั้นอาจพูดสั้นเกินไป และผู้ใช้ ป.ต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ว่าการกระทำเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุหรือไม่
ดังนั้น ถ้อยคำว่า “กฎหมายคุ้มครองโจรมากกว่าเจ้าของบ้าน” และ “นายกฯ เปิดช่องทางหาแxกให้โจร” เป็นความคิดเห็นและคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้จัดทำคลิป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
แต่สิ่งที่คลิปดังกล่าวสะท้อนออกมาชัดเจน คือความกังวลของประชาชนบางส่วนต่อคำถามสำคัญว่า เมื่อรัฐต้องการลดการพึ่งพา ป. ประชาชนจะสามารถปกป้องชีวิตและครอบครัวได้อย่างไรในช่วงเวลาที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐยังเดินทางมาไม่ถึง
ข้อถกเถียงจึงไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ควรคุม ป.หรือไม่” แต่รวมถึงคำถามว่า รัฐจะสร้างสมดุลอย่างไรระหว่างการควบคุมอาวุธ การปราบ ป.เถื่อน และสิทธิตามกฎหมายของประชาชนในการป้องกันตนเองและครอบครัวเมื่อเผชิญภยันตรายที่ใกล้จะถึง
#News1 รายงาน


