กองเชียร์งง! นายกยังไม่ยืนยันว่าตอบเมนต์ "อิอิ" เอง หลุดให้ "ไปดูแอคเคาท์อ่ะ"
กลายเป็นอีกหนึ่งช็อตที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกรณีคอมเมนต์ข้อความ
"อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร"
ซึ่งปรากฏอยู่ใต้โพสต์ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม
โดยผู้สื่อข่าวถามตรง ๆ ว่า คอมเมนต์ดังกล่าวเป็นการพิมพ์โดยตัวนายอนุทินเอง หรือเป็นการดำเนินการของแอดมินผู้ดูแลเพจ
บทสนทนามีดังนี้
**นักข่าว:** เห็นท่านนายกเข้าไปตอบคอมเมนต์อิอิในส่วนของเรื่องปมเงิน 5 ล้านอะไรตรงนั้นเนี่ย เป็นตัวจริงหรือว่าเป็นแอดมินทำคะ
**นายก:** ดู...ดูแอคเคาท์อ่ะ
**นักข่าว:** คะ?
**นายก:** พูดถึงอะไร ไม่เข้าใจ
**นักข่าว:** ที่เข้าไปตอบคอมเมนต์น่ะค่ะ
**นายก:** ............
**นักข่าว:** อ้าว มาตอบก่อน เกือบจะตอบแล้วเชียว
จุดที่หลายคนจับตาอยู่ที่คำตอบแรกของนายอนุทิน ซึ่งตอบว่า
**"ดู...ดูแอคเคาท์อ่ะ"**
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบอกว่าไม่เข้าใจว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร และไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวต่อ
ทำให้เกิดข้อสังเกตจากผู้ติดตามการเมืองจำนวนหนึ่งว่า หากเป็นคอมเมนต์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีของตนเอง เหตุใดคำตอบแรกจึงเป็นการให้ผู้สื่อข่าว "ไปดูแอคเคาท์" ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าอาจเป็นเพียงการตอบแบบฉับพลันก่อนจะยังไม่เข้าใจคำถามของผู้สื่อข่าว
อย่างไรก็ตาม จากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว สิ่งที่ยังไม่ปรากฏชัดคือ นายอนุทินไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่า คอมเมนต์ "อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร" นั้นเป็นการพิมพ์ด้วยตนเอง หรือเป็นการดำเนินการโดยทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทิน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้คอมเมนต์ดังกล่าวถูกนำไปตีความอย่างกว้างขวางว่า เป็นการสื่อความหมายในลักษณะว่า ผู้คอมเมนต์ "รู้ว่าใคร" คือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในโพสต์ต้นทาง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าคอมเมนต์นี้มีน้ำหนักมากกว่าการกดไลก์หรือการแสดงความเห็นทั่วไป
แต่เมื่อเจ้าของเพจยังไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าเป็นผู้พิมพ์ข้อความดังกล่าวด้วยตนเอง ก็ทำให้เกิดคำถามใหม่ขึ้นมาทันทีว่า หากในอนาคตมีการชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการของทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทิน น้ำหนักของคอมเมนต์ดังกล่าวควรถูกตีความอย่างไร
อีกด้านหนึ่ง นักสังเกตการณ์ทางการเมืองจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้ชื่อ ภาพ และสถานะทางการเมืองของเจ้าตัวในการสื่อสารกับประชาชนมาโดยตลอด การโพสต์ข้อความหรือการตอบคอมเมนต์ต่าง ๆ จึงมักถูกสาธารณชนเข้าใจว่าเป็นการสื่อสารในนามของนายอนุทิน เว้นแต่จะมีการชี้แจงเป็นอย่างอื่นอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ หากมีการอธิบายในภายหลังว่า ผู้พิมพ์ข้อความเป็นทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทิน ก็อาจไม่ได้ทำให้ข้อสงสัยทั้งหมดสิ้นสุดลง เพราะคำถามจะเปลี่ยนจาก "ใครเป็นคนพิมพ์" ไปเป็น "ใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อข้อความที่เผยแพร่ผ่านเพจทางการของนายอนุทิน"
ในทางปฏิบัติ หากทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทินเป็นผู้ตอบคอมเมนต์แทนเจ้าของเพจจริง ก็อาจต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า การตอบคอมเมนต์ดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามดุลยพินิจส่วนตัวของผู้ดูแลเพจ หรือเป็นการสื่อสารที่ดำเนินการในนามของนายอนุทินภายใต้ขอบเขตหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้คอมเมนต์ดังกล่าวถูกนำไปตีความอย่างกว้างขวางว่า เป็นการสื่อความหมายในลักษณะว่า ผู้คอมเมนต์ "รู้ว่าใคร" คือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในโพสต์ต้นทาง หากภายหลังมีการชี้แจงว่าไม่ใช่นายอนุทินเป็นผู้พิมพ์ แต่เป็นทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทิน ก็อาจนำไปสู่คำถามใหม่ว่า ผู้ดูแลเพจนายอนุทินมีข้อมูลดังกล่าวมาจากที่ใด และมีอำนาจเพียงใดในการสื่อสารข้อความในลักษณะดังกล่าวผ่านเพจทางการของรองนายกรัฐมนตรี
นักกฎหมายบางส่วนมองว่า ประเด็นสำคัญในกรณีเช่นนี้อาจไม่ใช่เพียงว่าใครเป็นผู้กดพิมพ์ข้อความ แต่เป็นเรื่องของสถานะผู้สื่อสาร เพราะหากข้อความถูกเผยแพร่ผ่านเพจทางการของบุคคลสาธารณะ สังคมย่อมมีเหตุผลที่จะเข้าใจว่าข้อความดังกล่าวเป็นการสื่อสารในนามของเจ้าของเพจ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยเจ้าตัวหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเพจก็ตาม
ดังนั้น หากมีการอ้างในภายหลังว่าเป็นการคอมเมนต์ของทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทิน ก็อาจเกิดคำถามต่อว่า ทีมงานดังกล่าวดำเนินการภายใต้คำสั่ง นโยบาย หรือการมอบหมายจากใคร และเหตุใดจึงสามารถสื่อสารในประเด็นอ่อนไหวที่ถูกตีความว่าเป็นการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้
ประเด็นจึงอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องว่าใครเป็นผู้พิมพ์คอมเมนต์ แต่ยังขยายไปสู่คำถามเรื่องความรับผิดชอบต่อการสื่อสารสาธารณะผ่านเพจทางการของนายอนุทิน ว่าข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ดูแลเพจ หรือเป็นการสื่อสารในนามของนายอนุทินกันแน่
ท้ายที่สุด สิ่งที่หลายฝ่ายรอคอยอาจไม่ใช่การถกเถียงกันว่าใครกดพิมพ์ข้อความ แต่เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า คอมเมนต์ดังกล่าวเป็นการสื่อสารของนายอนุทินเอง หรือเป็นการสื่อสารของทีมงานผู้ดูแลเพจนายอนุทินที่ดำเนินการในนามเจ้าของเพจกันแน่
**News1 รายงาน**


