xs
xsm
sm
md
lg

คลื่นยานยนต์จากเอเชีย เขย่าเวทีเทคโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา CES หรือ Consumer Electronics Show ไม่ได้เป็นพื้นที่แค่ใช้ในการจัดแสดงเฉพาะสิ่งที่ตรงกับชื่องานเท่านั้น แต่เราได้มีโอกาสเห็นบรรดาบริษัทรถยนต์ทยอยเข้ามานำเสนอผลงานที่ล้ำสมัยของตัวเองโดยใช้พื้นที่ของงานนี้กันอย่างต่อเนื่อง และยิ่งมีมากขึ้นเมื่อรถยนต์ถูกมองว่าเป็นเรื่องของสินค้าไฮเทค และการนำเสนอนวัตกรรมในด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เรื่องของสมรรถนะในด้านต่างๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป และอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของยานยนต์และการเดินทาง ทางผู้จัดงานก็จะจัดให้อยู่ในกลุ่มชของ Vehicle Tech and Advanced Mobility

ทางผู้จัดงาน CES เปิดเผยว่า พื้นที่นี้คือนำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดในด้านเทคโนโลยีรถยนต์และการคมนาคมขั้นสูง ด้วยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งที่หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและรถยนต์ต้นแบบ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าและการคมนาคมส่วนบุคคล CES เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสำหรับเทคโนโลยีรถยนต์เกิดใหม่ เช่น การบูรณาการเซ็นเซอร์ รถยนต์ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และการปรับแต่งส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อ โดยในแต่ละปี CES ได้เห็นระบบนิเวศของผู้จัดแสดงที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมไปจนถึงสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความหลากหลาย


สำหรับปี 2026 ก็เหมือนกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา บนพื้นจัดงานที่ Las Vegas Convention Center ในระหว่างวันที่ 6-9 มกราคมซึ่งเป็นช่วงเวลาของการจัดงานในปีนี้ เราได้เห็นรถยนต์ใหม่ถูกนำมาเสนอความล้ำสมัยหลายรุ่นหลายแบบ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มาจากประเทศจีน ซึ่งนำโดย Great Wall Motors และ Geely ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ ขณะที่ฝั่งยุโรปมีทาง Mercedes-Benz และ BMW ได้เข้ามาร่วมงานในปีนี้ ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ไฮไลท์ของงานคือ Sony และ Honda ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนารถยนต์ไฮเทค

เริ่มกันที่ Great Wall Motors ซึ่งมาร่วมงานนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และสิ่งที่ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์สุดๆ ในปีนี้ของพวกเขา ก็คือ การนำเสนอเครื่องยนต์แบบสันดาปภายในไซส์ใหญ่อย่าง วี8 4,000 ซีซี ซึ่งแม้ว่าทางแบรนด์จะบอกว่าสามารถต่อยอดนำเข้าไปจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเป็นระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด หรือ PHEV-Plug-in Hybrid นอกเหนือจากการขับเคลื่อนแบบเดี่ยวๆ ได้แล้ว แต่ภายใต้บรรยากาศงานที่เน้นความทันสมัยและอะไรที่ไม่ได้โฟกัสไปที่เครื่องยนต์แบบ ICE ถือว่าการเปิดตัวครั้งนี้ดึงความสนใจกลับมาได้ดีระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ และน่าจะเป็นการบอกนัยๆ ว่า พวกเขาอาจจะเดินหน้ารุกตลาดสหรัฐอเมริกาก็ได้ เพราะที่นี่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปได้ไม่ดี และรสนิยมของคนในพื้นที่บยังชื่นชอบ


Tank500 รุ่นใหม่เป็นหนึ่งในรถยนต์ของ GWM ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้
เครื่องยนต์ วี8 รุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี Miller cycle, ระบบเทอร์โบคู่ (Twin-turbo) พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำติดตั้งด้านหน้า และระบบท่อทางเดินอากาศหลังการอัดอากาศที่เชื่อมต่อถึงกัน ตัวเครื่องยนต์ใช้การวางเลย์เอาต์ด้านหน้า และมีตัวเลือกพัดลมระบายความร้อนแบบ Viscous fan โดยว่ากันว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้น่าจะมีกำลังสูงสุดในระดับ 500 แรงม้าเลยทีเดียว

Wei Jianjun ประธานของ Great Wall Motors กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า การรับรู้แบรนด์ในระดับโลกของบริษัทนั้นยังจำกัดอยู่ และการมีส่วนร่วมกับตลาดต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น เขาอธิบายว่างาน CES เป็นโอกาสในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นช่องทางอันดีในการทำแบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้างมากขึ้น


ส่วนทางด้าน Geely ได้นำเสนอ World Action Model (WAM) ซึ่งบริษัทอธิบายว่าเป็น “สมองยานยนต์” แบบครบวงจรที่สามารถไตร่ตรองตนเองและสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้

ตามข้อมูลของ Geely WAM เป็นรากฐานของเฟรมเวิร์ก AI แบบครบวงจร ซึ่งเข้าสู่เฟส 2.0 แล้ว และถูกนำไปใช้กับสถาปัตยกรรมยานยนต์ ระบบส่งกำลัง แชสซีส์ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบห้องโดยสาร ส่วนประกอบระบบช่วยเหลือการขับขี่มีชื่อว่า G-ADS ซึ่งย่อมาจาก Geely Afary Driving System โดย Afary Technology เป็นชื่อภาษาอังกฤษของ Qianli Technology

ระบบช่วยขับขี่ของ Geely กำลังได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Afari Technology (ชื่อภาษาจีนคือ Qianli Technology) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฉงชิ่ง บริษัทนี้เป็นบริษัทในเครือของ Lifan Group ที่ Geely เป็นเจ้าของ และมุ่งเน้นกลยุทธ์ “AI+Auto” เมื่อเร็วๆ นี้ Mercedes-Benz ได้เข้าซื้อหุ้น 3% ของ Afari Technology ในราคา 1.34 พันล้านหยวน (192 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ถือว่ามาแปลกมาก เพราะ GWM นำเครื่องยนต์ ICE บล็อกใหม่แบบ วี8 4,000 ซีซีมาจัดแสดงในงานไฮเทคแบบนี้
Geely กล่าวว่าโมเดล WAM ได้ถูกนำไปใช้งานแล้วผ่านการอัปเดตแบบไร้สายในรถยนต์ Lynk & Co และ Zeekr หลายรุ่น และสามารถทำงานได้โดยใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ของรุ่นปัจจุบันส่วนใหญ่ บริษัทเสริมว่ามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ประมาณ 10 รุ่นในปี 2026 ภายใต้เฟรมเวิร์กนี้

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดตัวแบรนด์รถยนต์พลังไฟฟ้าน้องใหม่ในตลาดที่งานนี้ ซึ่งก็คือ Kosmera พร้อมกับการเปิดตัวผลผลิตใหม่ 2 รุ่น ในแบบสปอร์ต ซึ่งรุ่นแรกมาพร้อมกำลังในระดับ 1,904 แรงม้า โดยมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ in-Wheel ที่มีทั้งหมด 4 ตัวๆ ละ 476 แรงม้า

Alpamayo จาก Nvidia ซึ่งเป็น AI Open Source ที่จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนาเพื่อรองรับกับการใช้งานกับรถยนต์ไร้คนขับ โดยระบบนี้จะถูกติดตั้งลงใน Mercedes-Benz CLA รุ่นใหม่เป็นคันแรก
อีกรุ่นมากับตัวถังสปอร์ต 4 ประตูพร้อมรูปทรงที่สวยและล้ำสมัย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของชื่อรุ่นและสเปกออกมาในตอนนี้

กลับมาที่ Honda ซึ่งทำงานร่วมกับ Sony ได้เปิดเผยความคืบหน้าของรถยนต์รุ่นแรกที่มาจากความร่วมมือ ซึ่งปัจจุบัน SHM ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดสเปกของเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวออกมา โดยเป็นเพียงการนำรถโปรโตไทป์มาจัดแสดงควบคู่กับ Afeela1 ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกของ SHM ที่ถูกประกอบล็อตแรกที่โรงงาน East Liberty Auto ของฮอนด้าในรัฐโอไฮโอ

Geely เปิดตัว ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีชื่อว่า G-ADS ที่จะถูกนำมาใช้ในเร็วๆ นี้
สำหรับเวอร์ชันจำหน่ายจริงจะถูกติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Level 2+ พร้อมทั้งมีแผนอัปเกรดเป็น Level 4 ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับขี่ในอนาคต ทั้งยังมีระบบผู้ช่วยสั่งงานแบบ AI และฟังก์ชันที่ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือครีเอเตอร์สามารถสร้างสรรค์แอปพลิเคชันและธีมการแสดงผลเองได้อีกด้วย

ในด้านสมรรถนะ น่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้พละกำลังรวม 298 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 400 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 91 kWh รองรับระยะทางวิ่งราว 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 150 kW ผ่านหัวชาร์จมาตรฐาน NACS แบบเดียวกับ Tesla

คาดว่าจะเริ่มขายในปลายปีนี้โดยมีราคาอยู่ที่ 89,900 เหรียญสหรัฐฯ

Kosmera แบรนด์รถสปอร์ตจากจีนรายใหม่ ที่อยู่ในร่มเงาของ Dreame ผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่น มาพร้อมกับสปอร์ตรุ่นใหม่


กำลังโหลดความคิดเห็น