อุดรธานี-ขอพระราชทานน้ำเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ “ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สมเทศน์” หมวดจราจร สภ.ย่อยนาข่า เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ถูกกระบะชนจนร่างกระเด็นข้ามกำแพงโรงเรียนนานาชาติ ขณะที่ครอบครัวบริจาคดวงตาและอวัยวะช่วยเหลือผู้ป่วยรอความหวัง
ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาออกอุดรธานี-หนองคาย หน้าโรงเรียนประชาคมนานาชาติอุดรธานี ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 พ.ย. 2569 กระบะอีซูซุ สีขาว เสียหลักพุ่งชน ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สมเทศน์ อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ย่อยนาข่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ผู้ปกครองและนักเรียน ทำให้ร่างกระเด็นลอยข้ามกำแพงรั้วโรงเรียน เสียชีวิตอย่างสลดในเครื่องแบบตำรวจ
ล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่าจากรายงานเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้นำรถยนต์สายตรวจจราจรไปจอดเปิดสัญญาณไฟวับวาบบนหลังคา เพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนและกั้นช่องทาง อำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครองที่เดินทางมารับนักเรียนหน้าโรงเรียน ให้เกิดความปลอดภัย
แต่ระหว่างนั้นรถกระบะคู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูง เสียหลักพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ แม้ตำรวจจราจรจะพยายามวิ่งหลบแล้ว แต่ด้วยความเร็วของรถทำให้หลบไม่ทัน ถูกชนเข้าอย่างจังจนร่างกระเด็นข้ามกำแพงรั้วโรงเรียนและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ขณะที่คนขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ในอาการโคม่า ไม่สามารถตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยวิธีเป่าลมหายใจได้ จึงประสานโรงพยาบาลอุดรธานีเจาะเลือดเพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกายอย่างละเอียด
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบรถกระบะคู่กรณีเบื้องต้นพบว่า รถขาดต่อภาษีประจำปีและไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สภาพรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมขับรถเร็วและขับหวาดเสียวเป็นประจำ อีกทั้งรถคันดังกล่าวดัดแปลงติดตั้งเครื่องเสียง ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด ประกอบสำนวนคดีต่อไป
“รู้สึกเสียใจและหดหู่ใจมาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจที่เข้มแข็ง มีความตั้งใจทำงานและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะเกิดความสูญเสียขึ้น แต่ตำรวจทุกนายยังคงต้องเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนต่อไป”ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าว
ส่วนการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะนี้ได้ประสานจังหวัดอุดรธานีดำเนินการขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องแบบอย่างสมเกียรติ พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบราชการอย่างเต็มที่ รวมถึงสิทธิของทายาทขอบรรจุเข้ารับราชการตำรวจสืบแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความซาบซึ้งใจท่ามกลางความสูญเสีย คือ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ และครอบครัว ได้ร่วมกันบริจาคอวัยวะและดวงตาของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังรอคอยการปลูกถ่ายรักษา โดยเฉพาะการมอบโอกาสให้ผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง นับเป็นการส่งต่อชีวิตและความหวังให้แก่เพื่อนมนุษย์ แม้เจ้าตัวจะจากไปแล้ว แต่เจตนารมณ์แห่งการเป็นผู้ให้ยังคงอยู่
ขณะที่บรรยากาศที่วัดป่าขันติธรรม ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องต่างเร่งช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ภายในวัด เพื่อเตรียมรับศพ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ มาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เบื้องต้นกำหนดเคลื่อนศพมาถึงวัดในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) ส่วนพิธีขอพระราชทานเพลิงศพอยู่ระหว่างประสานงานและขอพระราชทาน โดยกำหนดการประกอบพิธีต่างๆจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ หากอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นช้ากว่าเดิมเพียง 15-30 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนเลิกและผู้ปกครองกำลังเดินทางมารับนักเรียน ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่านี้อีกมาก


