ครม.สัญจรอุดรธานีเห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างบางส่วน 79 ไร่ ส่งมอบกรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ความจุ 2.35 ล้าน ลบ.ม. แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและบรรเทาน้ำท่วม ย้ำต้องมีมาตรการฟื้นฟูป่าลดผลกระทบระบบนิเวศ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างและเกาะใกล้เคียงบางส่วน ในพื้นที่ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เนื้อที่ 79 ไร่ เพื่อส่งมอบให้กรมชลประทานดำเนินโครงการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว” ความจุ 2.35 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับการใช้น้ำอุปโภคบริโภค การเกษตร และช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่
โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณผูกพันปี 2564-2570 รวมกว่า 254 ล้านบาท ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยมีผู้เห็นด้วยร้อยละ 77.78 และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแล้ว ทั้งนี้ ครม.ได้ส่งร่างกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ครม.เน้นย้ำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกรมชลประทานดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ทั้งระหว่างก่อสร้างและหลังโครงการแล้วเสร็จ พร้อมจัดทำมาตรการฟื้นฟูป่า เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศให้มากที่สุด
ด้านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในกลุ่มที่ 2 ของการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 หรือ One Map ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบผลการปรับปรุงแผนที่แล้ว
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ครม.เคยมีมติเห็นชอบในหลักการให้เพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากการเป็นอุทยานแห่งชาติมาแล้ว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2564 ก่อนมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาในการประชุมครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำคัญของ จ.ตราด มีทั้งชายหาด ป่าไม้ และน้ำตก อาทิ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ น้ำตกคลองพลู และน้ำตกธารมะยม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนประมงบ้านสลักคอกและบ้านสลักเพชร


