มุกดาหาร-เจ้าหน้าที่บูรณาการกำลังสนธิกำลัง สกัดจับสิบล้อซุก “ไม้พะยูงถากเปลือก-แปรรูป” อัดแน่นใต้กองสินค้าอุปโภคบริโภค รวบ 2 โชเฟอร์ สารภาพเตรียมส่งออกไปลาว ก่อนส่งต่อไปเวียดนาม พบมีทุนใหญ่ต่างชาติหนุนหลัง รมว.ทส. "สุชาติ ชมกลิ่น" สั่งขยายผลกวาดล้างทั้งนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ขั้นเด็ดขาด
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานนัดสำคัญจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่าเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมอุทยานฯได้สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, กรมป่าไม้ และตำรวจภูธรภาค 4 เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติ
ปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและตรวจยึดรถบรรทุก 10 ล้อ ได้จำนวน 2 คัน คันแรกทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ (บรรทุกไม้พะยูงถากเปลือก) และอีกคันทะเบียนมุกดาหาร (บรรทุกไม้แปรรูปซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าอุปโภคบริโภค) บริเวณพื้นที่ชายแดน จ.มุกดาหาร ขณะกำลังลำเลียงเตรียมส่งออกไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยังประเทศเวียดนาม พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนขับรถได้จำนวน 2 ราย หลังชุดปฏิบัติการแกะรอยและเฝ้าติดตามพฤติการณ์เครือข่ายนี้มาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน
นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงฯให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องผืนป่าและไม้มีค่าของประเทศ การลักลอบตัดไม้พะยูงและไม้เศรษฐกิจโดยขบวนการข้ามชาติถือเป็นภัยคุกคามมั่นคงที่ร้ายแรง ได้เน้นย้ำนโยบายป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด โดยสั่งการให้กรมอุทยานฯ บูรณาการร่วมกับ บก.ปทส., DSI และฝ่ายความมั่นคง เดินหน้าสืบสวนขยายผลจากการจับกุมในครั้งนี้ เพื่อทลายโครงสร้างเครือข่ายทั้งหมด ทั้งกลุ่มนายทุนต่างชาติและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยนำกฎหมายมาบังคับใช้ขั้นสูงสุดและดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น
ด้านนายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบ ตรวจยึด และดำเนินคดี กรณีกลุ่มนายทุนต่างชาติลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติ เผยถึงเบื้องหลังพฤติกรรมของแก๊งนี้ว่า จากการสืบสวนพบเป็น เครือข่ายนายทุนชาวจีนและชาวเวียดนาม ที่เข้ามาว่าจ้างคนในพื้นที่ให้ลักลอบตัดไม้พะยูง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน และไม้กระยาเลย ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ
จากนั้นขบวนการนี้จะใช้รถบรรทุก 6 ล้อ, 10 ล้อ และ 12 ล้อ ลำเลียงไม้ไปแปรรูปและพักไว้ในโกดังรวบรวมไม้ โดยปรับเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ จากเดิมที่เคยบรรจุใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งทางเรือ เปลี่ยนมาเป็น "ตบตาเจ้าหน้าที่" ด้วยการนำไม้แปรรูปไปซุกซ่อนไว้ใต้กองสินค้าอุปโภคบริโภค แล้วใช้วิธีขนส่งผ่านด่านชายแดนจังหวัดมุกดาหาร ข้ามไปยัง สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มสืบข่าวและสุ่มตรวจยึดได้พร้อมผู้ต้องหาดังกล่าว
สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะทำงานร่วมอยู่ระหว่างการนำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพิ่มเติมอีก 5 จุด เพื่อพิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของไม้ โกดังรวบรวมไม้ ตลอดจนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลออกหมายจับกลุ่มนายทุนใหญ่เบื้องหลังและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด มาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป


