บุรีรัมย์- ป้าชาว อ.ประโคนชัย บุรีรัมย์ กู้เงินตำรวจ 2 หมื่นใช้หนี้กองทุนหมู่บ้าน ก่อนกู้ ธ.ก.ส.ไปจ่ายคืนตำรวจ 4 หมื่น แต่กลับโดนฮุบที่นาที่ไว้ทำกินเลี้ยงสามี พี่สาว น้องชาย ลูกชาย หลานพิการ 6 ชีวิต มานานกว่า 10 ปี ทำเดือดร้อนหนักเพราะรายได้จากการเก็บของเก่าขายเบี้ยผู้พิการไม่พอประทังชีวิต วอนเจ้าหนี้เห็นใจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้รู้กฎหมายหาแนวทางช่วยเหลือให้ได้ที่ดินคืน
วันนี้ (24 ต.ค.69) นางถูก อายุ 59 ปี ชาวตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากไปกู้เงินจากตำรวจนายหนึ่งจำนวน 2 หมื่นบาท เมื่อประมาณปี 2557 เพื่อนำไปใช้หนี้กองทุนหมู่บ้าน โดยการกู้เงินกับตำรวจมีเงื่อนไขต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน จนกว่าจะมีเงินต้นไปชำระคืน หลังจากนั้นประมาณ 3 – 4 ปี ป้าถูก ได้ไปกู้เงิน ธ.ก.ส.เพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้คืนให้กับตำรวจพร้อมดอกเบี้ยรวมจำนวน 4 หมื่นบาท
โดยวันที่นำเงินไปใช้หนี้คืน พ่อของนายตำรวจที่เป็นเจ้าหนี้เป็นคนรับเงินไว้ แต่ไม่ได้ให้เอกสารการปิดหนี้มา ด้วยความไว้ใจเห็นว่าเจ้าหนี้เป็นตำรวจคงจะไม่มีปัญหาอะไรตามมา แต่หลังจากนั้นไม่นานทางตำรวจที่เป็นเจ้าหนี้ก็ให้คนไปไถปรับพื้นที่นาของป้าถูก เนื้อที่ 1 ไร่ จากที่นาทั้งหมด 3 ไร่ โดยอ้างว่าเงินที่ป้าจ่ายคืนไม่เพียงพอชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย จึงยึดที่นาทำกินแทน ซึ่งป้าถูก และพี่สาวพยายามไปขอไถ่คืน แต่ตำรวจก็หลบเลี่ยงบ่ายเบี่ยง จนผ่านไปกว่า 10 ปีตำรวจก็ยังคงยึดที่นาไว้ทำกินเองไม่ยอมคืนให้
ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากที่นาดังกล่าวเป็นความหวังเดียวของครอบครัว ไว้สำหรับทำกินเลี้ยงครอบครัวทั้งหมด 8 ชีวิต ในจำนวนนี้เป็นผู้พิการถึง 6 คน ประกอบด้วย ตัวป้าถูกพิการทางการได้ยิน พี่สาวตาบอดทั้งสองข้าง น้องชายเป็นใบ้ สามีป่วยจิตเวช ลูกชาย และหลานชายพิการทางสติปัญญา ซึ่งครอบครัวมีที่พึ่งหลักคือที่นาไว้ทำกินแต่กลับถูกตำรวจยึดไป ส่วนอาชีพเก็บของเก่าขาย และเบี้ยผู้พิการ ก็ไม่เพียงพอจะประทังชีวิตได้
ป้าถูก บอกว่า ที่ต้องไปกู้เงินจากตำรวจนายดังกล่าว เพราะเอามาใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านที่ยืมมาใช้จ่ายในครอบครัว ตอนกู้เขาให้เซ็นเอกสารแต่ตนไม่รู้ว่าเนื้อหามีอะไรเพราะเขาไม่ยอมให้เอกสารกลับมา ก็ยอมรับว่าช่วง 3 – 4 ปีแรก ไม่มีเงินไปจ่ายดอกเบี้ยเพราะรายได้จากการเก็บของเก่าได้แค่สัปดาห์ละ 100 – 200 บาท จึงตัดสินใจไปกู้ ธ.ก.ส.เพื่อนำเงินก้อน 4 หมื่นไปจ่ายหนี้ให้ตำรวจ ก็เข้าใจว่าเปิดการปิดหนี้แล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังมายึดเอาที่นาไป โดยอ้างว่าหนี้ที่จ่ายไปหมื่นไม่พอ ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนมากเพราะไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่นาแปลงดังกล่าวได้กว่า 10 ปีแล้ว ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้รู้กฎหมายช่วยเหลือ และอยากขอความเห็นใจจากทางตำรวจ ให้คืนที่นาเพื่อไว้ทำกินเลี้ยงครอบครัวซึ่งพิการถึง 6 คน
ด้านนางตาล พี่สาว บอกว่า ตอนที่น้องสาวไปกู้เงินตำรวจ 2 หมื่นไม่ได้ปรึกษาคนในครอบครัวเลย มารู้ทีหลังตอนที่น้องสาวไปกู้ ธ.ก.ส.เพื่อนำเงินก้อน 4 หมื่นไปจ่ายคืน ซึ่งน้องเข้าใจว่ากู้มา 2 หมื่นจ่ายคืนไป 4 หมื่นหนี้จะสิ้นสุดลง ไม่คิดว่าจะมาถูกยึดที่นาเพราะเขาอ้างว่าเงินที่จ่ายไม่เพียงพอใช้หนี้ แต่เมื่อเขาเข้าไปทำกินในที่นากว่า 10 ปีแล้ว ก็น่าจะได้ประโยชน์เพียงพอแล้ว ก็อยากขอความเห็นใจจากตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหนี้คืนที่นาให้ครอบครัวด้วย เพราะครอบครัวมีคนพิการถึง 6 ชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู


