ปราจีนบุรี – ชาวบ้านเรียกร้องรัฐชะลอหรือระงับใบอนุญาตโรงงานที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน พร้อมจี้ตรวจสอบคราบน้ำมันและน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง หลังพบภาพน้ำปนเปื้อนจากท้ายนิคมฯ ไหลลงทุ่งรวงทองหนองแขนนาง อ.กบินทร์บุรี ด้าน “วราวุธ” ลงพื้นที่รับข้อร้องเรียน สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบโรงงานและเก็บตัวอย่างน้ำ ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย
วันนี้ (19 ต.ค. 2569) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะที่ขัดแย้งกับประชาชน กรณีข้อกังวลของชาวบ้านต่อปัญหาน้ำเสียและสารเคมีในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งมีคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำและไหลปนเปื้อนน้ำท่วมบริเวณตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ตลอดจนการเรียกร้องให้มีมาตรการจัดการโรงงานที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โดยมีชาวบ้านมารวมตัวกันมารอรับพร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรี สั่งปิดโรงงานดังกล่าว โดยนายสุนทร คมคาย ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยข้อเรียกร้องว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาชะลอหรือระงับการออกใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยเห็นว่าการอนุญาตให้ประกอบกิจการต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ตัวแทนชาวบ้าน ยังสะท้อนปัญหาคราบน้ำมันและน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงและเกิดขึ้นต่อเนื่อง เรียกร้องให้รัฐตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง ทั้งการเก็บตัวอย่างน้ำและตรวจสอบโรงงานที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วเรื่องเงียบหาย โดยประชาชนควรได้รับทราบความคืบหน้าและผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง หากตรวจพบผู้ประกอบการกระทำผิดกฎหมายหรือสร้างผลกระทบต่อชุมชน ควรนำข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณาออกหรือต่ออายุใบอนุญาต พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านระบุว่าอาจต้องเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของชุมชนด้วยตนเองและของหิดโรงงานขยะทีทีปัญหาไม่สั่งปิดชาวบ้านจะปิดเอง
ด้านนายวราวุธ เผยว่าได้รับข้อเรียกร้องไปพิจารณา โดยยืนยันว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมมอบหมายสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานและเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนการพิจารณาใบอนุญาต นั้น หากผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและมีความเหมาะสม ก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่หากตรวจพบการกระทำผิดหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะนำข้อเท็จจริงมาพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ละเลยข้อร้องเรียนและผลกระทบที่ประชาชนกำลังเผชิญ พร้อมรับฟังเสียงประชาชนก่อน


