ศุนย์ข่าวศรีราชา - ชมรมคนรักษ์เขาไผ่จี้ทบทวนความเหมาะสมพื้นที่ 33 ไร่ หลังเมืองพัทยาขอใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่จัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ห่วงพื้นที่ลาดเอียงลงคลองน้ำขาว เชื่อมโยงระบบต้นน้ำ หวั่นน้ำเสียและของเสียกระทบสิ่งแวดล้อม ย้ำไม่ค้านแก้ปัญหาสุนัขจรจัด แต่ควรเลือกพื้นที่เหมาะสม
จากกรณีที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ส.ป.ก. และตัวแทนภาคประชาชนเข้าชี้แจงนั้น
หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือแนวคิดการขอใช้พื้นที่บริเวณป่าเขาไผ่ของเมืองพัทยา เพื่อดำเนินโครงการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด โดยภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของพื้นที่ เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งต้นน้ำและลำคลอง
ล่าสุด นายสุไอนี เจริญสุข ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ เปิดเผยว่า ชมรมติดตามปัญหาในพื้นที่เขาไผ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณลำห้วยช้างตายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับระบบต้นน้ำของน้ำตกโกรกหมาตาย รวมถึงติดตามปัญหาการรังวัดที่ดินและการบุกรุกใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า
นายสุไอนีกล่าวว่า ในการประชุม กมธ.มีการสอบถามถึงโครงการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด หลังได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าก่อนหน้านี้เมืองพัทยาเคยมีแนวคิดขอใช้พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้ของเขาไผ่ ติดแนวถนน เนื้อที่ประมาณ 33 ไร่
อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนไม่ได้คัดค้านแนวคิดการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากเห็นว่าปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่พัทยาและบางละมุงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แต่สิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ “ความเหมาะสมของพื้นที่”
นายสุไอนี ระบุว่า จากการลงสำรวจพื้นที่พบว่า บริเวณดังกล่าวมีลักษณะลาดเอียงลงสู่คลองน้ำขาว ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ห้วยใหญ่และพื้นที่ปลายน้ำ จึงมีความกังวลว่าหากก่อสร้างศูนย์ดูแลสุนัขจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงจากน้ำเสียหรือของเสียไหลลงสู่ลำคลอง หากระบบบริหารจัดการไม่เพียงพอ
“เราเห็นด้วยกับการดูแลสุนัขจรจัด แต่ไม่อยากให้การแก้ปัญหาจากพื้นที่หนึ่ง กลายเป็นการสร้างปัญหาให้อีกพื้นที่หนึ่ง เรื่องน้ำและป่าต้นน้ำมีความสำคัญ หากมีพื้นที่ราบและอยู่ห่างจากลำห้วย ก็ควรนำมาเปรียบเทียบความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ” นายสุไอนีกล่าว
ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ยังระบุว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวเคยมีปัญหาการบุกรุก แผ้วถาง และความพยายามเข้าครอบครองพื้นที่มาก่อน จึงต้องการให้การใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐมีความชัดเจน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน
ส่วนความคืบหน้าโครงการ นายสุไอนีระบุว่า จากข้อมูลที่ติดตามจากการเผยแพร่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าโครงการได้ผ่านการพิจารณาในระดับหนึ่งแล้ว และเคยมีการกล่าวถึงงบประมาณประมาณ 40 ล้านบาท แต่ข้อมูลดังกล่าวควรได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเมืองพัทยาและหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อีกครั้ง
นายสุไอนีเสนอว่า หากเมืองพัทยามีความจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดจริง ควรพิจารณาพื้นที่ทางเลือกที่เป็นพื้นที่ราบ อยู่ห่างจากชุมชนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ พร้อมศึกษาผลกระทบและวางระบบจัดการน้ำเสีย ของเสีย กลิ่น และสุขอนามัยอย่างรอบด้าน
สำหรับการประชุม กมธ.ดังกล่าว เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ นายชีวะภาพได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
นายสุไอนีระบุว่า มีแนวคิดเสนอให้เชิญผู้บริหารเมืองพัทยาเข้าร่วมชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับโครงการ ทั้งสถานะการดำเนินงาน เหตุผลในการเลือกพื้นที่ ขนาดพื้นที่ งบประมาณ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อแหล่งน้ำและป่าเขาไผ่
“อยากให้ทุกฝ่ายมาชี้แจงต่อหน้ากัน จะได้รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง และโครงการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว หากพื้นที่นี้ไม่เหมาะสมก็อยากให้พิจารณาพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากลำห้วยและไม่กระทบป่าต้นน้ำ” นายสุไอนีกล่าว


