นครพนม – น้ำโขงทะลุระดับวิกฤต 12 เมตรแล้ว เช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2569 แม้ฝนในตัวเมืองหยุดตก แต่ระดับน้ำยังทรงตัวสูง หนุนลำน้ำสงคราม–ลำน้ำอูนระบายลงโขงไม่ได้ น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 20,000 ไร่ ศรีสงคราม–นาหว้าหนักสุด นาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 10,000 ไร่ ขณะที่บ้านปากอูนถูกน้ำท่วมกว่า 20 หลังคาเรือน จังหวัดตั้งวอร์รูมรับมือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
วันนี้( 13 ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครพนมว่า ระดับแม่น้ำโขงยังอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุดช่วงเช้าวัดระดับน้ำได้ 12.01 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤตที่กำหนดไว้ 12.00 เมตร จำนวน 1 เซนติเมตร และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 3 เซนติเมตร ขณะที่ปริมาณฝนในพื้นที่อำเภอเมืองนครพนมวัดได้ 0.0 มิลลิเมตร
แม้ฝนในเขตตัวเมืองจะหยุดลง แต่ปัญหาสำคัญขณะนี้คือระดับแม่น้ำโขงที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ริมตลิ่ง พื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดจนลำน้ำสาขาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง เนื่องจากน้ำจากลำน้ำสาขาระบายออกสู่แม่น้ำโขงได้ช้าลงและบางพื้นที่ไม่สามารถระบายได้ตามปกติ
ลำน้ำสงคราม–น้ำอูนอ่วม น้ำโขงหนุนระบายไม่ออก
สถานการณ์ที่น่าจับตามากที่สุดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามและลำน้ำอูน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำโขงหนุนสูง โดยระดับน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงจนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง
จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พื้นที่การเกษตรและนาข้าวได้รับผลกระทบรวมกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาหว้า มีพื้นที่นาข้าวได้รับผลกระทบรวมกว่า 10,000 ไร่
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับเกษตรกร เนื่องจากหากระดับแม่น้ำโขงยังไม่ลดลงภายในช่วง 1–2 สัปดาห์ น้ำในลำน้ำสาขาจะระบายได้ยากต่อเนื่อง และพื้นที่นาข้าวที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานานอาจได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาตามหลักเกณฑ์
นอกจากพื้นที่การเกษตรแล้ว ที่ บ้านปากอูน เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม ซึ่งเป็นชุมชนติดลำน้ำ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว กว่า 20 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่สำรวจ พร้อมช่วยประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก
พื้นที่เกษตรจมน้ำต่อเนื่อง
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่อื่นของจังหวัดนครพนมเริ่มได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างเช่นกัน โดย อำเภอโพนสวรรค์ มีพื้นที่ประสบภัย 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ 583 ราย พื้นที่นาข้าวประสบภัย 1,495 ไร่ และคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 930 ไร่
อำเภอปลาปาก พบพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังใน 7 ตำบล เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย พร้อมเปิดประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
ส่วน อำเภอเรณูนคร พบพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบเบื้องต้นในตำบลโคกหินแฮ่ หมู่ 1 และหมู่ 5 รวมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 80 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 27 ราย
ด้าน อำเภอบ้านแพง ระดับแม่น้ำโขงยังอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง โดยประตูระบายน้ำบ้านนาเขไม่สามารถระบายน้ำได้ตามปกติ เนื่องจากถูกน้ำโขงหนุนสูง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเรือท้องแบนรองรับสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงบริเวณบ้านดอนแพง หมู่ 7 ตำบลบ้านแพง
อำเภอนาทม ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องประกอบกับมวลน้ำจากลำน้ำสงครามไหลเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร 3 ตำบล รวม 10 หมู่บ้าน มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 3,000 ไร่
ส่วน อำเภอนาแก ระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบ้านนาคู่ในลำน้ำก่ำยังทรงตัวและสามารถระบายน้ำได้ดี อย่างไรก็ตาม ลำน้ำบังเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบางส่วน เบื้องต้นมีนาข้าวได้รับผลกระทบประมาณ 320 ไร่ และต้องเฝ้าระวังประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น
ตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง
จังหวัดนครพนมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามระดับแม่น้ำโขง ปริมาณฝน และสถานการณ์ลำน้ำสายสำคัญอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งระบายน้ำในพื้นที่ประสบภัย ดูแลเส้นทางสัญจร และเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักร ตลอดจนกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมได้จัดตั้ง วอร์รูมศูนย์แจ้งเหตุและช่วยเหลือน้ำท่วมฉุกเฉิน ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม ชั้น 3 ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ ประสานการปฏิบัติงาน และระดมความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง โดยเฉพาะหากระดับแม่น้ำโขงยังทรงตัวเหนือระดับวิกฤตต่อเนื่อง
ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง โดยเฉพาะหากระดับแม่น้ำโขงยังทรงตัวเหนือระดับวิกฤตต่อเนื่อง


