นครพนม-น้ำโขงทะลัก เอ่อท่วมจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว อาคาร 4 หลังจมสูง 1 เมตร ขณะที่พื้นที่การเกษตร ใน ต.บ้านกลาง ห่างตัวเมืองราว 28 กม ทั้งนาข้าว สวนกล้วยน้ำว้า ไผ่ตง มะพร้าวน้ำหอม จมน้ำเสียหายกว่า 100 ไร่ ล่าสุดเทศบาลเมืองฯ สั่งปิดประตูระบายน้ำริมโขงทุกบาน
ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ตรวจวัดที่สถานีอุทกวิทยา เวลา 06.00 น.วันนี้( 12 ส.ค.) วัดได้ที่ 11.98 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 15 เซนติเมตร เหลืออีกแค่ 2 เซนติเมตร จะเข้าสู่ขั้นวิกฤตในช่วงบ่ายวันนี้แล้ว ขณะที่เทศบาลเมืองสั่งปิดประตูระบายน้ำทุกบาน 4 จุด ป้องกันน้ำไหลย้อนกลับทะลักท่วมเมือง
โดยน้ำเหนือที่ไหลบ่าด้าน จ.บึงกาฬ และ ฝั่ง สปป.ลาว ไหลหลากทะลักเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรริมตลิ่ง ต.บ้านกลาง อ.เมือง ที่ห่างตัวเมืองราว 28 กิโลเมตร ทำให้สวนกล้วยน้ำว้า ไผ่ตง มะพร้าวน้ำหอม จมน้ำเสียหายกว่า 100 ไร่ ระดับท่วมสูง 1 เมตรท่วมถนนคอนกรีตระยะยาวกว่า 3 กิโลเมตร โดยเฉพาะอาคารจุดผ่อนปรนชั่วคราว และอาคารสินค้าโอท็อป ส่งผลให้ถังขยะ 5-6 ถังลอยไปกับกระแสน้ำ ถังน้ำแข็งพลาสติก โต๊ะเก้าอี้ของพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด เก็บข้าวของหนีไม่ทันลอยน้ำ ต้องนำเชือกมาผูกมัดไว้
น.ส.ดาวสวรรค์ ศรีพรหมธรรม อายุ 59 ปี เผยว่า ตนปลูกหน่อไม้ไผ่ตงไว้ 3 สวนบนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ จำนวนกว่า 200 กอ หลังน้ำโขงขึ้นสูงไต่ระดับอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.69 เอ่อท่วมต้นไผ่สูง 1 เมตรไปแล้ว 2 สวน ซึ่งปลูกไว้ตัดขายมีอออเดอร์จากตลาดสดในตัวเมืองทุกวันๆละ 50 กิโลกรัมขึ้นไป ล่าสุดวันนี้มีแม่ค้าสั่ง 2,000 กิโลกรัม ยังคงเหลือแค่ 1 สวน ราว 50 ต้นไม่รู้จะพอกับออเดอร์ที่สั่งวันนี้ไว้หรือไม่ อาจเสียรายได้ไปจำนวนมาก ซึ่งต้องนั่งเรือไปตัดเอาในอีก 2 สวนที่ถูกน้ำท่วมขังสูง 1 เมตรแล้ว
นายบุญเจริญ พรมบุตร อายุ 67 ปี สารวัตรกำนัน ต.บ้านกลาง เปิดเผยว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่ามาอย่างรวดเร็วและฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำโขงทยอยเอ่อล้นตลิ่งในห้วง 2-3 วันที่ผ่านจนมีระดับลึกมากถึง 1 เมตร บางจุดลึก 1.5 เมตร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเมืองปากเป่ง จากฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามกับ บ.หนาด หมู่ 2 ต.บ้านกลาง นำของป่า
อาทิ หนู กระรอก เห็ด แมลง เดินทางมาค้าขายลำบาก เพราะที่ฝั่งลาวน้ำก็ท่วมเช่นกัน สิ่งของที่ยังเก็บไม่หมดในอาคารจุดผ่อนปรนลอยน้ำหนี ยังลอยฟูเหนือน้ำรอการนำเรือไล่เก็บ
มีรายงานเพิ่มเติมแจ้งว่า ที่ อ.ศรีสงคราม ระดับน้ำในแม่น้ำสงคราม ได้เอ่อล้นตลิ่งตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 11 ส.ค.69 โดยเฉพาะที่ บ.ท่าบ่อสงคราม หมู่ 4 ต.ท่าบ่อสงคราม และที่ บ.ปากอูน หมู่ 4 ต.ศรีสงคราม มวลน้ำได้เอ่อล้นตลิ่ง ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนที่ปลูกติดใกล้ริมน้ำ ถูกน้ำท่วมเสียหายสูงเฉลี่ย 50 ซ.ม.-1 เมตร แล้วจำนวน 8-10 หลัง
ขณะที่ น.ส.กรณ์กาญจน์ แก้วดี นายอำเภอศรีสงคราม นำเจ้าหน้าที่ รพ.สต. 2 แห่ง ผู้นำหมู่บ้าน นำเรือท้องแบนลงพื้นที่มอบสิ่งของเบื้องต้นและให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยให้เน้นย้ำโรคที่มากับน้ำ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลพิเศษ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมตรีเมืองนครพนม เผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงพบว่าเพิ่มสูงต่อเนื่อง จุดเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติริมฝั่งโขง 4 จุด คือ ถนนเทศาประดิษฐ์ ถนนสมุทรบรรหาร แยกไปรษณีย์ และหน้าวัดโพธิ์ศรี ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำออกไหลลงสู่แม่น้ำโขง ล่าสุดระดับสูงเกินที่จะรับได้ จึงสั่งการให้ปิดประตูระบายน้ำทุกบานทั้ง 4 จุด แล้วจะใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล และรถโมบายสูบน้ำขนาดใหญ่ของ ปภ.เขต 7 สกลนคร กว่า 10 คันมาสแตนด์บายตามจุดสำคัญและริมฝั่งโขง หากเกิดกรณีฝนตกหนัก และน้ำไหลย้อนทะลักเข้าตัวเมือง จะได้เร่งสูบระบายลงสู่แม่น้ำโขงทันท่วงที


