มุกดาหาร - ชีวิตยิ่งกว่าละคร! สองตา-ยายวัยเจ็ดสิบกว่าชาวอ.นิคมคำสร้อย ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้คุณตาป่วยมะเร็งลำไส้ ส่วนคุณยายเป็นไทรอยด์-ความดัน ยังกัดฟันสู้ ตำส้มตำ-ทำแกงถุงใส่ซาเล้งตระเวนขายหาเลี้ยงชีพ ล่าสุดรถซาเล้งคู่ใจเกิดพัง ไม่มีเงินซ่อมจนขาดรายได้ ซ้ำร้ายเพิงพักไม่มีเลขที่ยังตั้งอยู่บน "ที่ดินหลวง" หวั่นไร้ที่ซุกหัวนอน วอนหน่วยงานรัฐเร่งยื่นมือช่วยด่วน!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงเรื่องราวสุดสะเทือนใจของ นายสุข ช้างขนุน อายุ 74 ปี และ นางวินิต ไพสารี อายุ 72 ปี สองสามีภรรยาสูงวัยที่กำลังเผชิญวิบากกรรมชีวิตอย่างหนักหน่วง ทั้งปัญหาด้านสุขภาพ รายได้ และความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ทุกวันนี้ทั้งสองอาศัยอยู่ในเพิงพักสภาพทรุดโทรม ไม่มีบ้านเลขที่ ในพื้นที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
ชีวิตของสองตายายเรียกว่าสู้ชีวิตมาโดยตลอด แต่กลับถูกโรคร้ายคุกคามอย่างหนัก โดยคุณตาเรวัตป่วย โรคมะเร็งลำไส้ ต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามนัดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยายวินิตก็มีโรคประจำตัวทั้ง ความดันโลหิตสูงและโรคไทรอยด์ คอยบั่นทอนร่างกาย แต่ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็ไม่เคยนั่งรอความช่วยเหลือ หรือคิดจะเป็นภาระของใคร
ทุกๆ วัน ยายวินิตจะตื่นแต่เช้าล้างผัก โขลกพริก โขลกกระเทียม ทำส้มตำและตักกับข้าวใส่ถุง โดยมีตาเรวัตเป็นคนขับรถซาเล้งตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขายให้กับชาวบ้าน นำเงินมาซื้อข้าวกินและเป็นค่ารักษาพยาบาล
แต่... ล่าสุด "รถซาเล้ง" เครื่องมือทำมาหากินเพียงชิ้นเดียวในชีวิตกลับมาด่วนชำรุดเสียหายหนัก จนไม่สามารถขับขี่ไปขายของได้อีก ทั้งสองไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะนำรถไปซ่อม ทำให้การทำมาหากินต้องหยุดชักงักลงทันที รายได้ที่เคยหามาประทังชีวิตหดหายไปโดยปริยาย
"ยายกับตาไม่มีลูกหลานให้พึ่งพา ญาติพี่น้องต่างคนต่างก็ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ที่ผ่านมาเราไม่เคยท้อเลย แม้จะแก่จะป่วยก็อยากพึ่งตัวเองให้ถึงที่สุด ไม่อยากไปเป็นภาระใคร แต่พอซาเล้งมาพังแบบนี้ เหมือนหมดทางไปจริงๆ" ยายวินิต เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
นอกจากความยากลำบากในการหาเงินและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งทุกวันนี้ต้องอาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอันน้อยนิด รวมถึงต้องคอยพึ่งพารถกู้ชีพของเทศบาลพาไปโรงพยาบาลแล้ว สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้สองตายายจับขั้วหัวใจในตอนนี้คือ "ที่อยู่อาศัย" เนื่องจากเพิงพักที่ซุกหัวนอนอยู่นั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็น "ที่ดินหลวง" ทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในความเสี่ยงและหวาดผวาว่าสักวันอาจไม่มีที่อยู่อาศัย
จากกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพความเป็นอยู่จริง และเตรียมรวบรวมข้อมูลประสานงานไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นการเข้ามาดูแลด้านสวัสดิการผู้สูงอายุ การอำนวยความสะดวกเรื่องการรับส่งไปรักษาพยาบาล การสนับสนุนด้านทุนการซ่อมแซมพาหนะเพื่อต่อลมหายใจในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการเข้ามากำหนดแนวทางช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
น่ายกย่องในหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของสองตายายคู่นี้ แม้อายุจะล่วงเลยเข้าวัย 70 กว่าปี แถมมีโรคร้ายกัดกร่อนร่างกาย แต่ทั้งคู่ก็ยังพยายามดิ้นรนพึ่งพาตัวเองจนถึงที่สุด อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ลมหายใจในการสู้ชีวิตของสองตายายคู่นี้จะหมดลง!


