ศูนย์ข่าวนครราชสีมา– อธิการบดี ม.ราชภัฏโคราช ในฐานะนักวิชาการ ชี้การทุจริตสอบท้องถิ่นกำลังเป็นกลายวิกฤตศรัทธาขั้นรุนแรงที่สั่นคลอนเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาล“อนุทิน” อย่างหนัก จี้มหาดไทยลากคอ"ตัวการใหญ่-ผ่ายการเมือง-ผู้เข้าสอบ" มารับโทษให้จงได้ ไม่ใช่จำกัดวงแค่ “ปลาซิวปลาสร้อย”ทำปชช.สิ้นหวัง ทั้งที่ความจริงมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 5 พันล้าน พร้อมเสนอโอนสอบ ภาค ก. ให้ ก.พ. จัดการ
วันนี้ ( 11 ส.ค.69 ) รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนักวิชาการด้านการศึกษา ได้ออกมากล่าวถึงปัญหาการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังกลายเป็นหนึ่งในวิกฤติศรัทธาขั้นรุนแรง ที่สั่นคลอนเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างหนัก แม้กระทรวงมหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงฯ จะลงมาจัดการปัญหาด้วยการประกาศผลการสอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้ลำดับผู้สอบผ่าน เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด จากหลักร้อยขึ้นมาเป็นลำดับที่หนึ่ง ถือเป็นข้อดีเพียงประการเดียวที่เห็นได้ชัดในผลการดำเนินงานขณะนี้
แต่ความเคลือบแคลงใจของสังคมที่มีต่อการทำงานของกระทรวงมหาดไทย จากกระบวนการเอาผิดในปัจจุบัน ยังคงจำกัดวงอยู่เพียงแค่กลุ่ม "ปลาซิวปลาสร้อย" หรือข้าราชการระดับปฏิบัติการที่มีหน้าที่แก้ไขคะแนนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริง เม็ดเงินหมุนเวียนในขบวนการนี้สูงถึงกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ชัดเจนว่า กลุ่มคนระดับล่างไม่มีศักยภาพพอที่จะดำเนินการได้หากปราศจากการสั่งการจาก "ตัวการใหญ่" ไม่ว่า จะเป็นระดับอธิบดีหรือฝ่ายการเมือง ประชาชนแทบจะสิ้นหวังในการนำคนกลุ่มนี้มาลงโทษ
และสำหรับกลุ่มผู้เข้าสอบที่ยอมจ่ายเงินติดสินบนหรือทุจริตการจ้างวาน จะต้องถูกนำตัวมาลงโทษเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จะไม่มีกฎหมายเอาผิดเรื่องการทุจริตสอบโดยตรง แต่ก็สามารถใช้กฎหมายอาญาอื่นๆ เข้ามาจัดการได้ แต่ปัจจุบัน กลับยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการกับผู้เข้าสอบกลุ่มนี้
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว ทางคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นหน่วยงานกลาง แต่มีข้อจำกัดในการเขียนถ้อยคำทางกฎหมาย กลับต้องพึ่งพามหาวิทยาลัยในการจัดสอบ จึงเสนอทางออกเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างธรรมาภิบาล โดยเสนอให้โอนอำนาจการจัดสอบ "ภาค ก." ไปให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ให้เป็นผู้ดำเนินการแทน
ส่วนการสอบใน "ภาค ข." และ "ภาค ค." ยังคงเป็นหน้าที่ของ กสถ. ที่ต้องร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นเช่นเดิม แต่ต้องสร้างมาตรการและกลไกในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
แต่อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญที่สุดที่จะกอบกู้ศรัทธาและความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาได้ คือ รัฐจะต้องแสดงความจริงใจ ด้วยการลากคอผู้กระทำผิดในระดับสูงสุดมาลงโทษให้จงได้ รศ.ดร.อดิศร กล่าวในตอนท้าย


