กาญจนบุรี – กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งส่งทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ประเมินอาการและวางแผนรักษา “สีดอเดี่ยว” ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 40 ปี ไม่มีงา หลังได้รับบาดเจ็บขาหลังซ้ายจนเดินกะเผลก ขณะออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้ามาหลบพักบริเวณชายป่าริมแม่น้ำแควใหญ่ ใกล้ชุมชนบ้านวังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้าง ป้องกันเหตุปะทะกับชาวบ้าน
สืบเนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เชิด ฟุ้งเฟื้อง” เผยแพร่คลิปวิดีโอช้างป่าตัวหนึ่งเดินกะเผลก พร้อมข้อความแสดงความสงสารและกังวลถึงอาการบาดเจ็บของช้าง ก่อนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อมูลต่อเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวอยู่บริเวณพื้นที่ ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี
ล่าสุด วันนี้( 10 ส.ค.) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระรายงานว่า พบ “สีดอเดี่ยว” ช้างป่าเพศผู้ ไม่มีงา อายุประมาณ 40 ปี มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลังด้านซ้าย เดินเขย่งเท้า และออกมาอยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์บริเวณบ้านวังด้ง หมู่ 1 ต.วังด้ง ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงมอบหมายให้ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อประเมินอาการและวางแผนให้การรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายช่วยให้ช้างป่ากลับมามีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ
จากการติดตามของชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ชุดที่ 1 ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบว่า “สีดอเดี่ยว” เข้ามาหลบพักบริเวณชายป่าริมแม่น้ำแควใหญ่ใกล้ชุมชนบ้านวังด้ง โดยยังสามารถเคลื่อนที่ได้ แต่เดินช้าลงจากอาการบาดเจ็บที่ขา
เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากช้างมีพฤติกรรมดุร้ายและอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว ทำให้ในช่วงแรกยังไม่สามารถเข้าใกล้เพื่อตรวจอาการได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีติดตามพฤติกรรมและบันทึกภาพจากระยะไกล เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการประเมินอาการทางคลินิกและวางแผนการรักษาร่วมกับทีมสัตวแพทย์
นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า ขณะนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระได้ประสานงานกับทีมสัตวแพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) อย่างต่อเนื่อง โดยทีมสัตวแพทย์ได้เตรียมยาลดการอักเสบ ยาปฏิชีวนะ และอุปกรณ์สำหรับการรักษาเบื้องต้นไว้พร้อมแล้ว
สำหรับการปฏิบัติการในพื้นที่ จะเน้นการประเมินสภาพร่างกายของช้างและให้ยารักษาผ่านอุปกรณ์ฉีดยาระยะไกล หากพบว่าช้างมีอาการตื่นตระหนก ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ หรือจำเป็นต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น เขตฯ พร้อมประสานทีมสัตวแพทย์เพิ่มเติมจากส่วนกลางของกรมอุทยานฯ เข้าสนับสนุนทันที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และช้างป่าเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วจะร่วมกับทีมสัตวแพทย์ติดตามอาการและดำเนินการตามแผนการรักษา พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบชุมชนบ้านวังด้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุปะทะระหว่างช้างป่ากับประชาชน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือเข้าไปยังบริเวณที่ช้างสีดอเดี่ยวใช้เป็นพื้นที่หลบพัก เนื่องจากช้างได้รับบาดเจ็บและมีพฤติกรรมระมัดระวังตัวสูง หากพบเห็นช้างเคลื่อนตัวหรือพบความผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้อย่างปลอดภัยและช่วยเหลือช้างป่าอย่างมีประสิทธิภาพ


