เชียงราย - สนง.การวิจัยแห่งชาติ จับมือ ปภ. เปิดเวทีระดมงานวิจัย-นวัตกรรม ทั้งระบบ Blockchain และ AI FloodBoy เตือนภัยน้ำท่วม-เฝ้าระวังดินถล่ม ให้หน่วยงาน/ผู้เกี่ยวข้อง ปรับใช้รับมือภัยพิบัติ หลังเกิดอุทกภัยหนักปี 67 รวมทั้งแผ่นดินไหวหลายรอบ
วันนี้ (1 ส.ค.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรม “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จ.เชียงราย” ขึ้นที่ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลาง จ.เชียงราย นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับอุดมศึกษาในการใช้รองรับกับเหตุอุทกภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม เสนอหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องปรับใช้กับเหตุการณ์จริง
นวัตกรรมที่ได้รับความสนใจมีหลากหลาย ทั้งการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีการคำนวนด้วยระบบ AI เช่น ระบบเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มีการใช้ดาวเทียม GSMap ของประเทศญี่ปุ่น ติดตามปริมาณฝนตกสะสมตั้งแต่ต้นน้ำในประเทศเมียนมา ทำให้สามารถคาดการณ์ปริมาณมวลน้ำที่จะไหลเข้าสู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และตัวเมืองเชียงรายล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ วิเคราะห์ขีดความสามารถในการรับน้ำของตลิ่งเพื่อประเมินความเสี่ยงที่จะน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ฯลฯ
ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI FloodBoy โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเครื่องวัดและติดตามระดับน้ำที่ใช้พลังงานจากโซลาเซลล์พร้อมแบตเตอรี่สำรองเพื่อทำงานได้ทุกฤดูกาลแม้จะไร้แสงแดด วัดระดับน้ำอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟจากเซ็นเซอร์แบบเรดาร์ ส่งข้อมูลออนไลน์แล้วอัพโหลดเก็บที่ Cloud Server และแสดงผลบนเว็บไซต์แบบ Real time ทุก 1 นาที ซึ่งติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้งานได้ทันทีหลังเปิดเครื่อง ทนแดดทนฝน เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร
เครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้งระดับชุมชนโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งทำงานร่วมกับ AI FloodBoy,ระบบโดรนสำรวจภัยพิบัติ และระบบเฝ้าระวังดินถล่ม โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งใช้โดรนสำรวจ 3 มิติ ถ่ายภาพทางอากาศเพื่อสร้างแบบจำลองสามมิติ ประเมินความเสียหายของโบราณสถานหรืออาคารหลังเกิดภัย ช่วยให้วางแผนซ่อมแซมได้อย่างแม่นยำ ฯลฯ
ทั้งนี้นวัตกรรมแต่ละอย่างมีการนำไปติดตั้งเพื่อใช้งานจริงในหลายพื้นที่ เช่น โครงการชลประทาน จ.เชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ฯลฯ
โอกาสนี้คณะผู้จัดงานยังเดินทางไปที่ฝายหนองป่ายาง บ้านนางแลใน หมู่ 7 ต.นางแล อ.เมืองเขียงราย เพื่อดูการใช้นวัตกรรมเครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้ง,การติดตั้ง Flood Boy" ที่สะพานบ้านฝั่งหมิ่นข้ามแม่น้ำคำ ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน ฯลฯ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงาน วช.เปิดเผยว่า วช. และ กระทรวง อว. ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากหลายสถาบันให้ลงพื้นที่เชียงราย เพื่อเสริมกำลังรับมือฤดูฝนและอุทกภัย โดยนำผลงานวิจัย ชุดข้อมูลความรู้ และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จริง ทั้งด้านการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัย และระบบช่วยตัดสินใจ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจาก จ.เชียงราย และเครือข่าย เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ฯลฯ
ด้านนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าวว่าจากบทเรียนเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 ที่ผ่านมา เชียงรายได้นำข้อผิดพลาด-ความเสียหายมาเป็นโจทย์และได้รับความช่วยเหลือจาก วช. และนักวิจัย ทั้งวิจัยและผลิตเครื่องมือนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อจะนำข้อมูลและเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้ได้ผลต่อไป.


