เลย - กลุ่มเยาวชนและชาวบ้านอำเภอวังสะพุงร่วมใจพลิกฟื้นสิ่งแวดล้อมและสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผนึกพลังปลูกฝ้ายหลากสายพันธุ์บนแปลงเรียนรู้ชุมชน หวังต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม "ผ้าฝ้ายเมืองเลย" สินค้า GI ขึ้นชื่อ พร้อมสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แปลงปลูกฝ้ายโรงเรียนทอผ้าฟื้นฟูธรรมชาติและชีวิตชุมชน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ลงพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมปลูกฝ้ายร่วมกับกลุ่ม "ฅนรักษ์บ้านเกิด" จาก 6 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้าน เยาวชน และเด็กนักเรียนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ บำรุงรักษา ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
นางสาวรจนา กองแสน ตัวแทนสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เปิดเผยถึงเป้าหมายของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ทางกลุ่มมุ่งหวังที่จะใช้การปลูกฝ้ายเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสืบทอดภูมิปัญญาการปลูกและการทอผ้าฝ้ายเมืองเลย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวไทเลย
ในอดีตชาวบ้านจะนิยมปลูกฝ้ายพื้นเมืองเพื่อนำมาแปรรูปด้วยมือทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปั่นด้ายไปจนถึงการทอเป็นผืนผ้า ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน เพื่อใช้ตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มในครัวเรือน โดยผ้าฝ้ายเมืองเลยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นคือ "ลายดอกฝ้าย" ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน
"ปัจจุบันผ้าฝ้ายเมืองเลยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยคุ้มครองแหล่งกำเนิดและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงช่วยรณรงค์ให้คนในพื้นที่หันมาสวมใส่ผ้าฝ้ายเมืองเลย เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนไปพร้อมกัน" นางสาวรจนากล่าว
การขับเคลื่อนโครงการนี้ ได้มีการนำสายพันธุ์ฝ้ายที่หลากหลายมาเพาะปลูกในพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพดินและการนำไปใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1. ฝ้ายสายพันธุ์พื้นเมือง (รากฐานผ้าฝ้ายเมืองเลย) ประกอบด้วย ฝ้ายตุ่ยน้อย (ให้เส้นใยสีน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติ เนื้อนุ่มฟู), ฝ้ายตุ่ยใหญ่ (ดอกใหญ่ สีน้ำตาลธรรมชาติเข้มกว่าฝ้ายตุ่ยน้อย), ฝ้ายขาวน้อย (ให้เส้นใยสีขาวบริสุทธิ์ ดอกขนาดเล็ก), ฝ้ายขาวใหญ่ หรือพันธุ์หำย้อย (สมอฝ้ายและดอกมีขนาดใหญ่ ให้เส้นใยสีขาวคุณภาพดี)
2. ฝ้ายสายพันธุ์ปรับปรุง (พัฒนาโดยศูนย์วิจัยทางการเกษตร) ประกอบด้วย ตากฟ้า(ให้ผลผลิตสูง คุณภาพเส้นใยได้มาตรฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอ),ตากฟ้า 2 (ฝ้ายเส้นใยยาวพันธุ์แรกของไทย เส้นใยขาวสะอาด ต้านทานโรคใบหงิกได้ดี),ตากฟ้า 3 ( ฝ้ายเส้นใยสั้นสีน้ำตาลอ่อน ทนแล้งและต้านทานโรคใบหงิก),ตากฟ้า 6 (ฝ้ายเส้นใยสีน้ำตาลเข้มพันธุ์แรกของไทย นิยมนำไปทออังสะ สบง และจีวรถวายพระสงฆ์), ตากฟ้า 7 (สมอใหญ่ ทรงต้นโปร่ง ทนเพลี้ยจักจั่นและโรคใบหงิก เหมาะกับระบบเกษตรอินทรีย์),ตากฟ้า 8( พัฒนาต่อยอดจากตากฟ้า 3 ให้ผลผลิตสูงขึ้น ดูแลรักษาง่าย เก็บเกี่ยวได้รวดเร็ว เหมาะกับงานหัตถกรรม)และ ตากฟ้า 9 (มีใบขนหนาแน่น ช่วยลดการทำลายของเพลี้ยจักจั่นได้อย่างดีเยี่ยม)
ด้าน นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวแสดงความชื่นชมในความเข้มแข็งของชุมชนที่ริเริ่มสร้างสรรค์โรงเรียนผ้าฝ้าย และลงมือปลูกฝ้ายบนพื้นที่กว่า 2 ไร่นี้ด้วยตนเอง
"วันนี้ตั้งใจมาร่วมเรียนรู้และสนับสนุนกระบวนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วัฒนธรรมประเพณี และอาชีพดั้งเดิมของชาวเลย จังหวัดเลยเรามีตำนานเรื่องผ้าฝ้ายมาอย่างยาวนาน จนนำไปสู่การจัดงานประจำปี 'งานดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย' นายประยูรกล่าว และว่า
การปลูกฝ้ายหลากหลายสายพันธุ์กว่า 10 สายพันธุ์ในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่ง เมื่อชุมชนคิดเอง ลงมือทำเองอย่างเข้มแข็ง ภาครัฐก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยดูแล สนับสนุน และร่วมขับเคลื่อน เพื่อต่อยอดให้ผ้าฝ้ายเมืองเลยสร้างรายได้และชื่อเสียงให้จังหวัดอย่างยั่งยืน" รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวทิ้งท้าย


