xs
xsm
sm
md
lg

สาว LGBTQ ร้องสื่อ! ผ่าตัดเสริมอก 2 รอบแผลไม่ปิด เลือดไหลไม่หยุด วอนคลินิกรับผิดชอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวศรีราชา - สาว LGBTQ ร้องสื่อ! ผ่าตัดเสริมอก 2 รอบจากคลินิกดังเมืองกรุงฯ สุดท้ายแผลไม่ปิด เลือดไหลไม่หยุดจนต้องทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนัก วอนรับผิดชอบ เปิดโอกาสให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น


วันนี้ ( 29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายศราวุธ อายุ 24 ปี หรือ “น้องซันนี่” สาว LGBTQ ว่าหลังเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งใน กรุงเทพมหานคร กลับพบอาการแผลผิดปกติ มีเลือดสีดำ และเลือดสดไหลออกจากแผลใต้ราวนมด้านซ้ายอย่างต่อเนื่อง

และแม้จะเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขกับแพทย์คนเดิมเป็นครั้งที่สอง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ฯ เพื่อเรียกร้องให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่ต้องการเข้ารับการรักษากับแพทย์คนเดิมอีก เนื่องจากหมดความเชื่อมั่นในการรักษา

 น้องซันนี่ เผยว่าได้เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งหลังผ่าตัดได้พักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์ กระทั่งวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีเลือดสีดำคล้ายเลือดคั่งไหลออกจากแผลใต้ราวนมด้านซ้าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเลือดสด จนทำให้รู้สึกตกใจต้องรีบเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ทำแผลเบื้องต้น

“ จากนั้น ได้แจ้งอาการไปยังคลินิก ก่อนเข้าพบที่สาขาพัทยา ซึ่งในวันแรกพบเพียงผู้ช่วยแพทย์เป็นผู้ทำแผล และถ่ายภาพส่งให้แพทย์เจ้าของไข้ประเมิน โดยได้รับคำตอบว่าอาการดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และนัดให้ไปพบแพทย์ในวันที่ 19 มิ.ย.แต่ เมื่อถึงวันนัดกลับต้องรอพบแพทย์นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่แพทย์จะแจ้งว่า จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากสงสัยว่ามีเนื้อตายบริเวณแผลจึงต้องตัดเนื้อที่เสียออก พร้อมล้างโพรงหน้าอกและเย็บปิดแผลใหม่”


น้องซันนี่ เผยเพิ่มเติมอีกว่าตนเองได้เข้ารับการผ่าตัดครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.โดยแพทย์และทีมงานเดิมจากสาขากรุงเทพฯ และหลังผ่านไปประมาณ 7 วัน ก็เกิดอาการเลือดสีดำไหลออกจากรูแผลใต้ราวนมด้านซ้ายซ้ำอีก จนทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด บวม และหน้าอกทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน สร้างความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ

“ เมื่อแจ้งกลับไปยังคลินิกก็ได้รับคำแนะนำให้เข้าสู่กระบวนการรักษาในรูปแบบเดิม ทำแต่เราหมดความเชื่อมั่นแล้วเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมา จนต้องกินยานอนหลับเพราะอาการเจ็บแผลและหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

พร้อมยืนยันว่า การออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ ไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายให้กับคลินิก แต่ต้องการให้เรื่องราวของตนเองเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้ที่กำลังตัดสินใจทำศัลยกรรม ให้ศึกษาข้อมูล และติดตามการดูแลหลังผ่าตัดอย่างรอบคอบ รวมถึงเรียกร้องให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น


อย่างไรก็ตามเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นเพียงการให้ข้อมูลจากผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องสาเหตุของอาการผิดปกติ รวมถึงแนวทางการรักษาและความรับผิดชอบ ยังอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงจากคลินิกและแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย