พระนครศรีอยุธยา – ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา สกัดตรวจรถยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้า CR-V หลังพบใช้แผ่นป้ายทะเบียนต้องสงสัย ตรวจสอบไม่พบข้อมูลในระบบ ก่อนพบเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม ขณะที่หญิงวัย 60 ปี ผู้ขับขี่ ยืนยันไม่ทราบเรื่อง เชื่อเซลล์ขายรถดำเนินการเอกสารให้ทั้งหมดตั้งแต่วันออกรถ
วันนี้( 21 มิ.ย.) พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยาออกตรวจพื้นที่ตามแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33-34 ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ขาออก ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อฮอนด้า CR-V สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน "ชพ 77 กรุงเทพมหานคร" มีลักษณะผิดสังเกต จึงเรียกตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่นำหมายเลขทะเบียนตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบกในระบบ Crimes ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่พบข้อมูลทะเบียนดังกล่าว จึงตรวจสอบหมายเลขตัวรถอย่างละเอียด พบว่าทะเบียนที่ถูกต้องของรถคือ "7 ขล 3523 กรุงเทพมหานคร" ซึ่งผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองยังเป็นบุคคลเดียวกับผู้ขับขี่
นอกจากนี้ ยังพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดตั้งไม่มีอักษรย่อ "ขส." ด้านหลัง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแผ่นป้ายที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก จึงเชื่อได้ว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม รวมถึงเอกสารประกอบการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องก็มีลักษณะต้องสงสัย
จากการสอบถาม หญิงอายุ 60 ปี ให้การว่า ซื้อรถและดำเนินการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563 โดยมีเซลล์ขายรถเป็นผู้ดำเนินการด้านเอกสารทั้งหมด ก่อนนำแผ่นป้ายทะเบียนและป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีมามอบให้ ตนจึงนำไปติดตั้งและใช้งานมาตลอด โดยเชื่อว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้ขับขี่ยังให้การว่า วันเกิดเหตุขับรถออกจากกรุงเทพมหานคร เพื่อเดินทางไปทำธุระที่จังหวัดเชียงใหม่ และไม่ทราบมาก่อนว่าแผ่นป้ายทะเบียนหรือเอกสารดังกล่าวเป็นของปลอมหรือมีข้อมูลไม่ถูกต้อง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา "ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม" พร้อมตรวจยึดรถยนต์ แผ่นป้ายทะเบียน เอกสารที่เกี่ยวข้อง และของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน ดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาปลอมแปลงหรือใช้เอกสารปลอม เนื่องจากเชื่อว่าเซลล์ผู้จำหน่ายรถเป็นผู้ดำเนินการด้านเอกสารอย่างถูกต้องทั้งหมด ขณะที่พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนรถ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป.


