กาญจนบุรี - ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ณ บ้านไล่โว่ ตำบลไล่โว่ อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่สำหรับชาวบ้านที่นี่แล้ว พื้นที่แห่งนี้ไม่เคยห่างไกลจากพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณของ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”
แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยหลายปี แต่เหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2562 ยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำอันงดงามที่ชาวบ้านไล่โว่ไม่มีวันลืม ในวันนั้น พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านไล่โว่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานกำลังใจแก่ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความปลื้มปีติ มีเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่กลายเป็นเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ในหัวใจของครอบครัวหนึ่ง
"น้องคอปเตอร์" เด็กชายวัยเพียง 2 ขวบในขณะนั้น วิ่งเข้าไปหาพระองค์ด้วยความไร้เดียงสา พร้อมชี้นิ้วไปยังเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งด้วยความตื่นเต้น พระองค์ทอดพระเนตรเด็กน้อยด้วยพระพักตร์เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ก่อนมีพระสุรเสียงอ่อนโยนตรัสถามว่า
"อยากนั่งหรือ?"
จากนั้นพระองค์ทรงรับสั่งว่า หากน้องสามารถท่องตัวเลข 1 ถึง 10 ได้ จะทรงพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์
เด็กชายตัวน้อยพยายามท่องตัวเลขด้วยความตั้งใจ เสียงเล็ก ๆ ที่ดังขึ้นในวันนั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
เมื่อเด็กน้อยทำได้ พระองค์ทรงรักษาคำมั่นอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ทรงอุ้ม "น้องคอปเตอร์" ขึ้นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง บินชมทัศนียภาพเหนือหมู่บ้านไล่โว่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ
สำหรับหลายคน นั่นอาจเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของพระราชกรณียกิจ แต่สำหรับครอบครัวของน้องคอปเตอร์ มันคือความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
วันนี้ น้องคอปเตอร์ เติบโตเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งเดิม ส่วนหมวกพระราชทานและภาพถ่ายในวันแห่งความประทับใจ ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดภายในบ้าน
คุณแม่แสงรายา โสภาปัจจุสมัย บอกว่า ทุกครั้งที่เช็ดทำความสะอาดกรอบรูป ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นจะย้อนกลับมาเสมอ ราวกับพระองค์ยังทรงประทับอยู่ใกล้ ๆ คอยมอบกำลังใจให้ลูกชายเติบโตเป็นคนดีของสังคม
สำหรับชาวบ้านไล่โว่ พระกรุณาธิคุณในครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพื้นที่ห่างไกล หากแต่เป็นการพระราชทานความหวัง ความอบอุ่น และกำลังใจให้กับผู้คนที่อยู่กลางผืนป่า ซึ่งจะยังคงถูกบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่น
แม้วันนี้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ และพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกร จะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของชาวบ้านไล่โว่ และคนไทยทั้งประเทศตราบนานเท่านาน


