บุรีรัมย์- เจ้าคณะตำบล และ ผญบ.หนองตะโก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รุดตรวจสอบดรามาเจ้าอาวาสห่มจีวรขับรถรับส่งนักเรียน ธุรกิจของครอบครัวพร้อมตักเตือนให้หยุดขับรถไว้ก่อนจนกว่าจะหาคนขับได้พร้อมรายงานคณะสงฆ์ให้พิจารณาดำเนินการ ขณะเจ้าอาวาสยันยังขับต่อจนกว่าลูกสาวจะมาขับแทนลูกชายที่บำบัดยาเสพติดแม้รู้ไม่เหมาะ อ้างสงสาร นร.รถรับส่งไม่เพียงพอ แฉเคยโดนร้องเรียนรื้อกุฏิไม้เก่าแก่ขายนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
วันนี้ ( 12 มิ.ย.69) ความคืบหน้า กรณีชาวบ้านร้องเรียนเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ขับรถรับส่งนักเรียนและเก็บค่าโดยสาร ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว จนถูกตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม แม้เจ้าอาวาสจะให้เหตุผลว่ามาขับแทนลูกชายที่เข้าบำบัดยาเสพติด และขับรอให้ลูกสาวที่อยู่ต่างจังหวัดกลับมาขับแทน นั้น
ล่าสุดวันนี้ พระมหาสราวุฒิ นรินทร์โท เจ้าคณะตำบลเขาคอก เขต 1 พร้อมด้วย นายอิษฎากร ตั้งวงษ์เจริญสุข ปลัดอำเภอประโคนชัย และผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายในวัด หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม กรณีดรามาเจ้าอาวาสขับรถรับส่งนักเรียน จากการลงพื้นที่พบรถรับ-ส่งนักเรียนจอดอยู่ในวัด และจากการสอบถามเจ้าอาวาสก็บอกว่า เมื่อเช้ายังขับไปส่งนักเรียนที่โรงเรียนตามปกติ
ทั้งนี้เจ้าอาวาสวัดหนองตะโก ยังชี้แจงอีกว่า การขับรถรับส่งนักเรียนเป็นเพียงการช่วยเหลือชั่วคราว เนื่องจากคนขับรถเดิมซึ่งเป็นลูกชายต้องเข้ารับการบำบัดยาเสพติด และภายหลังออกมาจากการบำบัดแล้วเห็นว่าอาจไม่เหมาะสมที่จะกลับมาขับรถต่อ จึงตัดสินใจขับรับส่งนักเรียนเอง จนกว่าลูกสาวจะมาทำหน้าที่ขับแทนลูกชาย
เจ้าอาวาส ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาตัดสินใจขับรถเองเพราะต้องการช่วยเหลือนักเรียนรวมถึงผู้ปกครอง เนื่องจากรถรับ-ส่งนักเรียนในพื้นที่มีไม่เพียงพอ โดยมีนักเรียนใช้บริการประมาณ 14 คน และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายคนละ 450 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่าน้ำมัน
ด้าน นายฉลอม สุนประโคน ผู้ใหญ่บ้านหนองตะโก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านและผู้นำชุมชนเคยมีการตักเตือนและพูดคุยกับเจ้าอาวาสหลายครั้ง เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมของการขับรถรับส่งนักเรียน แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นข่าว จนกระทั่งมีการร้องเรียนและเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าอาวาสยังเคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการแอบจ้างคนมารื้อกุฏิเก่าแก่ของวัด เพื่อขายไม้เก่านำรายได้ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวด้วย ซึ่งหลังจากตรวจสอบก็จะรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนมองว่า แม้เจ้าอาวาสจะมีเจตนาช่วยเหลือเด็กนักเรียนและชุมชน แต่การที่พระภิกษุขับรถรับส่งนักเรียนและเก็บค่าโดยสาร อาจไม่เหมาะสมกับสมณะเพศ จึงอยากให้มีบุคคลอื่นมารับหน้าที่แทน
เบื้องต้น คณะสงฆ์ได้ว่ากล่าวตักเตือนและขอให้เจ้าอาวาสหยุดขับรถรับส่งนักเรียนไว้ก่อน พร้อมให้ดำเนินการจัดหาบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทน ทั้งนี้จะมีการรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา คณะผู้ปกครองสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาทราบเพื่อพิจารณา ดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป


