เชียงใหม่ - คืบหน้ากรณีผู้บริหารบริษัทประกันชื่อดังโดนวัยรุ่นรุมยำจนบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดสมองหน้าร้านอาหารกลางเมืองเชียงใหม่ ตำรวจยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ทางฝ่ายผู้ก่อเหตุเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พร้อมคลิปหลักฐานเพิ่มเติม ย้ำชัดไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นหาเรื่อง ต้นตอจากโดนตื้อให้ซื้อประกัน จนจะกลับแล้วยังตามถึงขั้นบุกเข้าไปในรถยนต์ส่วนตัว ด้านฝ่ายตัวแทนประกันยืนยันคนเจ็บเป็นคนใจดีและใจเย็นมาก ไม่เชื่อคนเจ็บเป็นคนเริ่มหาเรื่อง อย่างไรก็ตามล่าสุดพบคลิปเพิ่มเติมช่วงก่อนเกิดเหตุเห็นคนเจ็บมุดเข้าไปในรถยนต์ฝ่ายคู่กรณี แถมมีภาพยื่นมือกำคอเสื้ออีกฝ่ายพร้อมตะคอกดังลั่น "มึงอย่าห้าวนะ"
ความคืบหน้ากรณีโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ภาพคลิปวิดีโอบริเวณหน้าร้านอาหารภายในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งหนึ่งใกล้แยกสนามบิน ในตัวเมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 00.50 น.วันที่ 3 มิ.ย.69 ที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่าง2กลุ่มจนเกิดการตะลุมบอนก่อนที่จะมีการแยกย้าย อย่างไรก็ตามพบว่าผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี ที่สวมเสื้อสีแดงถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ออกไปจำนวนมากพร้อมกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้บาดเจ็บ ที่ต่อมาทราบว่าชื่อนายธนกฤต วิเชียรสมุทร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการระดับภาคของบริษัทประกันภัยชื่อดัง โดยมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่านายธนฤกต เป็นคนใจดีและใจเย็น จึงไม่น่าเชื่อว่าจะไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท ส่วนอาการบาดเจ็บนั้นได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักที่สมองจนต้องเข้าICUและผ่าตัด
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(5 มิ.ย.69) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้เรียกตัวคู่กรณีที่ก่อเหตุเข้าพบพนักงานสอบสวนหลังจากที่ทางฝ่ายผู้บาดเจ็บได้แจ้งความเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ โดย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งวันนี้ได้เรียกทางฝั่งของผู้ก่อเหตุหรือฝั่งวัยรุ่นซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปางมาสอบปากคำและให้ข้อมูล พร้อมมีหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปในช่วงก่อนเกิดเหตุไม่กี่นาที
ทั้งนี้เป็นภาพจากกล้องหน้ารถยนต์ที่เป็นภาพของชายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้นพยายามเข้าไปหาเรื่องกับทางกลุ่มคู่กรณีก่อนโดยพบว่ามีความพยายามที่จะบุกเข้าไปในรถยนต์ของคู่กรณีก่อนที่ทางเพื่อนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้มาเรียกให้ออกจากรถและไปยืนพูดคุยกันที่หน้าห้องน้ำใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้นสองจุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นก็เริ่มมีปากเสียงกันและเกิดการชกต่อยกันขึ้นตามคลิปภาพวงจรปิด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและดำเนินดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
ด้านหญิงสาวที่เป็นหนึ่งในกลุ่มของวัยรุ่นฝ่ายที่ทำร้ายนายธนกฤต ซึ่งเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุทางกลุ่มของตัวเองได้เข้าไปรับประทานอาหารและสังสรรค์กันในร้านเดียวกับทางฝ่ายคู่กรณีที่เป็นกลุ่มตัวแทนขายประกันชีวิตของบริษัทชื่อดัง โดยระหว่างที่อยู่ในร้านคนในกลุ่มตัวแทนขายประกันชีวิตได้พยายามมาตื้อเพื่อจะขายประกัน แต่พวกตัวเองปฏิเสธ
จนกระทั่งร้านปิดแล้วและพวกตัวเองกำลังจะเดินทางกลับ ปรากฏว่าทางคนในกลุ่มตัวแทนขายประกันยังพยายามตื้อโดยตามไปถึงที่รถยนต์ของตัวเอง และมีการตามตื้อเข้าไปด้านในรถของตัวเองโดยที่ไม่อนุญาตด้วย ซึ่งทำให้แฟนหนุ่มของตัวเองไม่พอใจและมีการกระทบกระทั่งกัน และนำไปสู่เหตุทะเลาะวิวาทกันดังกล่าว ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักทางฝ่ายคู่กรณีและไม่เคยขัดแย้งกันมาก่อน รวมทั้งไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่อง พร้อมได้มอบคลิปหลักฐานเพิ่มเติมให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประกอบการสอบสวนแล้ว โดยทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการกฏหมาย
ขณะที่ทางฝ่ายของกลุ่มตัวแทนขายประกันชีวิตนั้น นายกันตเมศฐ์ วิฑูรไชยสิน พร้อมด้วยภรรยา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเปิดเผยว่า ทั้งฝ่ายของตัวเองได้ไปจัดเลี้ยงที่ร้านอาหารเพื่อเป็นการฉลองให้กับนายธนกฤต หรือ "พี่เอก" ในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งใหม่เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันชื่อดังที่จะขึ้นมาดูแลในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนคู่กรณีเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มาใช้บริการร้านเดียวกัน โดยสาเหตุเชื่อว่าน่าจะมาจากหนึ่งในกลุ่มของวัยรุ่นได้พูดคุยกับทางกลุ่มของฝั่งพนักงานประกันว่าไม่ชอบการบริการของบริษัทประกันที่พวกตนเองทำงานอยู่ หลังจากนั้นทางฝั่งของพนักงานประกันภัยก็ได้พยายามพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและดูแลเรื่องเกี่ยวกับการประกันภัย โดยมีการขอแลก LINE และเบอร์ติดต่อกับกลุ่มของคู่กรณี ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี ไม่ได้มีข้อทะเลาะวิวาทหรือข้อบาดหมางกันแต่อย่างใด ซึ่งมองว่าเรื่องก็น่าจะจบเป็นปกติแล้ว
แต่พอหลังจากจบงานเลี้ยง ทั้งสองกลุ่มก็ได้ออกจากร้าน โดยมีรถตู้ 2 คันของคู่กรณีจอดบริเวณลานจอดรถ ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือพี่เอก ได้ไปพูดคุยกับกลุ่มคู่กรณีที่รถ แล้วตรงนั้นเกิดมีปากเสียงกันที่รถ ทางกลุ่มของพนักงานประกันก็ได้ไปพาพี่เอกออกมาจากจุดดังกล่าว และมายืนพูดคุยกันบริเวณหน้าห้องน้ำใกล้กับบันไดทางขึ้น ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่กล้องจับภาพได้ ขณะที่มีการชุลมุนทะเลาะวิวาทกัน โดยช่วงที่ทางกลุ่มพนักงานประกันได้ยืนคุยกันอยู่ ก็มีกลุ่มของคู่กรณีที่วิ่งมาทำร้าย โดยชกเข้าที่ใบหน้าของตนเองก่อน หลังจากนั้นชายร่างใหญ่อีกคนก็พุ่งตรงไปชกเข้าที่ใบหน้าของพี่เอกหนึ่งครั้ง และซ้ำหลายครั้งจนพี่เอกล้มลงนอนหมดสติที่พื้น
จากนั้นก็มีการชุลมุนกันขึ้น รวมทั้งมีการซ้ำไปที่ร่างกายและใบหน้าของพี่เอกที่สลบอยู่ แม้ว่าหลายคนจะพยายามห้ามและขอร้องไม่ให้ทำ แต่ก็มีการทำร้าย รวมทั้งมีการใช้ขวดไวน์ทุบทำร้ายร่างกายกันด้วย สุดท้ายฝั่งของตนได้รับบาดเจ็บไป 4 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน แต่ที่สาหัสที่สุดคือพี่เอกที่ถูกทำร้าย ซึ่งมองว่าต้นเหตุของความขัดแย้งไม่น่าจะบานปลายถึงขั้นการทำร้ายร่างกายที่รุนแรงและป่าเถื่อนกันขนาดนี้ โดยหลังจากเกิดเหตุได้มีการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ซึ่งหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะมีกระแสข่าวว่าคู่กรณีเป็นลูกหลานผู้หลักผู้ใหญ่และหลังเกิดเหตุยังไม่เคยได้รับการติดต่อขอโทษ
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ล่าสุดพบคลิปวิดีโอหลักฐานเพิ่มเติมบันทึกเหตุการณ์ช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุนายธนกฤต ถูกทำร้าย โดยคลิปแรกเป็นคลิปจากกล้องติดตั้งหน้ารถยนต์พบว่านายธนกฤต ได้เข้าไปในรถยนต์ที่เป็นรถตู้ของฝ่ายคู่กรณีที่กำลังจะขับออกไป ทำให้กลุ่มที่มาด้วยกันกับนายธนกฤต ต้องไปดึงตัวออกมา ขณะที่อีกคลิปหนึ่งบันทึกภาพนายธนกฤต ที่ดูคล้ายอยู่ในอาการมึนเมายื่นมือกำไปที่คอเสื้อของผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคู่กรณีพร้อมกับตะโกนเสียงดังใส่ว่า "มึงอย่าห้าวนะ"


