เลย-กลยุทธ์ป้องกันและกวาดล้างยาเสพติด โดยจัดตั้งป้อมยามหมู่บ้านและชุมชนเมืองครบเกือบร้อยแห่งทั่วทั้งจังหวัดเลยเริ่มเห็นผล ล่าสุดที่เชียงคาน ชาวบ้านเห็นกระเป๋าบรรจุสิ่งของต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในวัดแจ้งผู้นำตรวจสอบ พบซุกยาบ้ากว่า5แสนเม็ดขยายผลจับหญิงไทยและลาวต้องสงสัยตรวจค้นบ้านพักเจอเฮโรอีนอีกเกือบ 6 กิโลฯ
จากกรณีจังหวัดเลยมีการจัดตั้งคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน เป็นกลยุทธ์การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร โดยเน้นการสร้าง "หมู่บ้านสีขาว" ปลอดภัยยาเสพติด ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาครัฐ เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามตามแนวชายแดนและภายในหมู่บ้าน เน้นลดจำนวนผู้เสพในชุมชน มีการจัดตั้งป้อมยามหมู่บ้านครบทั้ง 920 หมู่บ้าน และมีป้อมยามชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอีก 20 แห่ง โดยได้นำโมเดล “หนึ่งตำบล หนึ่งป้อมยามประจำหมู่บ้าน” มาใช้เป็นแนวทางหลัก ครอบคลุมทั้งพื้นที่ตอนในและพื้นที่ชายแดน
ล่าสุดการแจ้งเบาะแสของคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน ที่อำเภอเชียงคาน ภายใต้การอำนวยการของนายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านคกงิ้ว หมู่ 5 ต.ปากตม ว่ามีชาวบ้านพบกระเป๋าบรรจุสิ่งของต้องสงสัย กลัวว่าจะเป็นยาเสพติด ถูกทิ้งอยู่บริเวณวัดโพธิ์ชัยศรี บ้านคกงิ้ว หลังได้รับแจ้งจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบกระเป๋า จำนวน 2 ใบ ภายในพบยาบ้า จำนวน 85 แพ็ค แยกเป็น แพ็คใหญ่ จำนวน 80 แพ็ค แพ็คเล็กจำนวน 5 แพ็ค รวมจำนวนประมาณ 500,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางส่งให้สถานีตำรวจภูธรเชียงคาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลติดตาม และจากคำให้การผู้พบเห็นในหมู่บ้าน พบว่า น.ส.ปาณิสรา ชาวบ้าน ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย และนางเกษร ชาวบ้านผาลาด เมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว ทั้ง 2 คน ชาวบ้านได้เห็นหอบกระเป๋า จำนวน 2 ใบ มาซุกไว้ซ่อนไว้ภายในวัด จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาตรวจสอบ จึงพบว่ากระเป๋าของ 2 ใบซุกยาบ้ากว่า 5 แสน
เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 มาได้ และพบอีกว่าได้ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้อีก 28 ถุง จำนวน 5.832 กิโลกรัม พร้อมกับยึดรถยนต์ ยี่ห้อ ฮุนไดเอสวัน ทะเบียน ฮฐ 4929 กทม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


