หนองคาย - จับแล้วอดีตพระมารุต ต้องหาลักทรัพย์ยอดพระเกศทองคำ พระประธานวัดหายโศก เมืองหนองคาย หลังได้ประกันตัวคดีลักรถกระบะของวัดแล้วกลับไปอยู่บ้าน ตำรวจถือหมายจับรวบตัวส่งกลับเข้าห้องขังอีกรอบ
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันนี้ (27 พ.ค. 69) พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.พุฒิชัย จันทร์ทอง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย และ สภ.เฝ้าไร่ ได้นำหมายจับศาลจังหวัดหนองคายไปทำการจับกุมนายมารุต หรือ อดีตพระมารุต ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ในข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูปที่สักการะบูชาของประชาชน โดยได้กระทำในวัดหรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนา
จากนั้นควบคุมตัวกลับมายัง สภ.เมืองหนองคาย เข้าห้องควบคุมตัวทันที โดยระหว่างการจับกุมนายมารุตไม่ได้ให้การใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคายจะคุมตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดหนองคายภายในวันศุกร์นี้
คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ทางวัดหายโศก ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย ได้สังเกตว่ายอดพระเกศาที่มีลักษณะเหมือนฝาผอบ (ผะ-อบ) ทำจากทองคำ บนยอดพระเกศ พระพุทธชินราชหายโศก องค์พระประธาน ความสูงรวมฐานประมาณ 6 เมตร อยู่ในลักษณะเอียง เมื่อปีนขึ้นไปดูก็พบว่าส่วนยอดหรือฝาผอบทองคำนั้นหายไป น้ำหนักทองประมาณ 2 บาท
หลังจากรับแจ้งความแล้วตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคายได้นำทุกคนภายในวัดมาตรวจลายนิ้วมือและสอบปากคำ มีเพียงอดีตพระมารุตที่ไม่มา และในวันรุ่งขึ้นได้ขโมยรถยนต์กระบะของวัดไปจอดไว้ที่ บขส.หนองคาย ซื้อตั๋วรถโดยสารไปยังนครราชสีมา และตำรวจภูธรภาค 3 ได้จับกุมตัวในพื้นที่ อ.สีคิ้ว คุมตัวลาสิกขา และตำรวจเมืองหนองคายคุมตัวกลับมาสอบสวน
โดยฝากขังต่อศาลจังหวัดหนองคายในข้อหาลักทรัพย์ (รถกระบะ) ภายหลังได้ประกันตัว และเดินทางกลับบ้านที่ อ.เฝ้าไร่
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคายได้รวบรวมพยานหลักฐานจนมั่นใจว่านายมารุตเป็นผู้ก่อเหตุลักยอดพระเกศทองคำไป จึงได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดหนองคาย
และเมื่อได้หมายจับในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ก็ประสานตำรวจ สภ.เฝ้าไร่ทำการจับกุมนายมารุตได้ที่บ้านทันทีโดยไม่มีท่าทีขัดขืน แต่ไม่ยอมให้การใดๆ ส่วนทองคำนั้นได้ถูกขายและถูกหลอมไปแล้ว


