นครปฐม - กล้องวงจรปิดจับภาพชัด รองผู้อำนวยการพบท่าทีผิดปกติคอมพิวเตอร์ถูกเปิดยามค่ำ คาดเชื่อมโยงข้อมูลสอบสวนการเงินโรงเรียน ด้านทนายชี้อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตรียมส่งเรื่องตรวจสอบระดับกระทรวง
วันนี้( 19 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเกิดกรณีความขัดแย้งภายในโรงเรียนชื่อดัง จ.นครปฐม หลังมีการเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม กรณีผู้บริหารโรงเรียนรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเข้าไปเปิดคอมพิวเตอร์ของเพื่อนร่วมงานในช่วงกลางคืน โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน พร้อมพบเอกสารข้อความแชตเกี่ยวกับการตรวจสอบความผิดปกติด้านการเงินของโรงเรียนหลุดออกมา
นายมนูญ เหล่าปาสี รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เปิดเผยว่า เมื่อทราบเหตุการณ์ได้ประสาน นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ทนายความ เพื่อพิจารณาข้อกฎหมาย ก่อนเข้าแจ้งความไว้แล้ว เนื่องจากมองว่าเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เหมาะสมต่อการทำงานร่วมกัน
นายมนูญระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. เมื่อได้รับแจ้งว่ามีผู้บริหารรายหนึ่งเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานในช่วงหัวค่ำ กระทั่งวันที่ 7 พ.ค. ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าบุคคลดังกล่าวปิดไฟ ก่อนกลับมานั่งที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์และค้นหาข้อมูลภายในเครื่อง สร้างความไม่สบายใจ เนื่องจากในเครื่องมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการสอบสวนการใช้เงินสวัสดิการของโรงเรียน
ต่อมาพบเอกสารที่มีข้อความแชตการหารือเรื่องจัดซื้อจัดจ้างและสวัสดิการวางอยู่บนโต๊ะทำงานอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการตรวจสอบหนี้สินค่าวัสดุการเรียนการสอนมูลค่านับล้านบาท ทำให้เชื่อว่ามีการเข้าถึงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ นายมนูญ ยืนยันว่า ตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ 5 เดือน และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านการเงิน หลังมีผู้ประกอบการภายนอกมาทวงหนี้โรงเรียน จึงได้รายงานเรื่องให้ ดร.วชิรวิชย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรับทราบ รวมถึงแจ้งต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 แล้ว
ด้านนายศุภภัทร์พจน์ ทนายความ กล่าวว่า พฤติการณ์การเข้าเปิดคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นในยามค่ำคืน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในอดีตที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบ รวมถึงการดำเนินการทางการเงินที่มีบุคคลเพียงไม่กี่รายรับผิดชอบ
ทนายความ ระบุว่า เตรียมรวบรวมข้อมูลส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ป.ป.ช. ตรวจสอบ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และการเผยแพร่ข้อมูลภายในที่อาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของโรงเรียน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ร้องย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายต่อบุคลากรหรือชื่อเสียงโรงเรียน แต่ต้องการความโปร่งใสและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป.


