ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ“แจ้งเกิดทิพย์” โคราช มี“นพรัตน์” อดีตปลัดหลายอำเภอโคราชเป็นศูนย์กลางใหญ่รับออเดอร์จากเครือข่ายแก๊งจีนเทา ได้ค่าจ้างรายละ 5 หมื่นดำเนินการ 3 ขั้น จดทะเบียนสมรสทิพย์-ปลอมใบแจ้งเกิดทิพย์-หาบ้านบรรจุชื่อลงทะเบียนบ้าน ก่อนประสานจนท.ทะเบียนราษฎร์ของอำเภอและเทศบาลฯโพธิ์กลางที่เคยเป็นลูกน้อง เป็นผู้รับแจ้งเกิดทิพย์ได้ค่าจ้างรายละ 3 หมื่น สอบขยายผลล่าสุดพบอีก“เทศบาลหนองไผ่ล้อม”แจ้งเกิดทิพย์ 18 ราย
วันนี้ (2 พ.ค.69) นายกิติพงศ์ พงษ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลตำบลโพธิ์กลางทำการทุจริตรับแจ้งเกิดออกใบสูติบัตรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้บุคคลต่างชาติ (ชาวจีน) หรือ แจ้งเกิดทิพย์ พร้อมเรียกรับผลประโยชน์ว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯและปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เร่งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดทิพย์ ย้อนหลังไป 5 ปี เพื่อทำการเพิกถอนสูติบัตรของเครือข่ายกลุ่มคนจีน ที่นำเอกสารเท็จมาแอบอ้างขอแจ้งเกิดกับนางสาวจินดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจ ป.ป.ป.และชุดปฏิบัติการสืบสวนของกรมการปกครอง จับกุมตัวไปเมื่อเช้าวันนี้
ตามที่กรมการปกครองโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 ซึ่งได้จับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของคนจีนได้รับสัญชาติไทย จำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 6 คน
และ ขยายผลได้อีก 1 คดี ซึ่งล่าสุดวันที่ 1 พ.ค. 69 ขยายผลปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐตามหมายจับ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1. นางสาวจินดา เกล็ดงูเหลือม เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง 2. นายนพรัตน์ ด้วงพรหม อดีตปลัดอำเภอ อ.ห้วยแถลง และ 3. อดีตลูกจ้างที่ว่าการ อ.ห้วยแถลง
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ กำลังสืบค้นเอกสารและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อขยายผลถึงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ของกลุ่มจีนเทาและเด็กต้องสงสัยที่ถูก ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ ขณะถูกสกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รวมทั้ง พบความเชื่อมโยงเครือข่ายปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่า ในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 รายที่มีข้อมูลการเกิดจริง แต่ถูก “สวมสิทธิ” ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 รายไม่พบข้อมูลการเกิดเลย และจนถึงขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง พบการแจ้งเกิดทิพย์ จำนวน 50 ราย โดยแยกเป็นกรมการปกครอง ตรวจพบ 5 ราย เทศบาลฯตรวจพบ 45 ราย ซึ่งได้เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว พร้อมกับเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ของเทศบาลฯ สรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีได้
ผู้สื่อข่าวรางานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เส้นทางเชื่อมโยงของขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ ในพื้นที่ จ.นครราชมีมา ของ เครือข่ายแก๊งจีนเทา นั้น จะมีการติดต่อว่าจ้าง “นายนพรัตน์ ด้วงพรหม” อดีตปลัดอำเภอหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา 1 ใน 3 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในวันนี้ โดยนายนพรัตน์ จะเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการดำเนินการ เพราะเคยมีรหัสกลางของกรมการปกครอง ที่สามารถเข้าระบบทะเบียนราษฎร์ได้ทั่วประเทศ ทางแก๊งจีนเทาจะมีออเดอร์ให้นายนพรัตน์ ดำเนินการให้ มีค่าตอบแทนรายละ 3-5 หมื่นบาท โดยว่าจ้างให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียนสมรสทิพย์ , ปลอมใบแจ้งเกิดทิพย์ และหาบ้านเพื่อบรรจุชื่อลงในทะเบียนบ้านให้
จากนั้น นายนพรัตน์ จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ของที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลฯ ที่เคยเป็นลูกน้องร่วมงานกันมาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน ให้เป็นผู้รับแจ้งเกิดทิพย์ให้ โดยให้ค่าจ้างรายละ 1-3 หมื่นบาท ซึ่งนางสาวจินดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และอดีตลูกจ้างงานทะเบียนราษฎร์ที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง กับ นายนพรัตน์ เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงคุ้นเคยกันดี
นอกจากนี้ การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ , ป.ป.ป. และชุดสืบสวนปฏิบัติการของกรมการปกครอง ยังตรวจพบข้อมูลอีกว่า เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา มีการแจ้งเกิดทิพย์ในลักษณะเดียวกันนี้ จำนวน 18 รายด้วย


