กาฬสินธุ์-ผู้เลี้ยงปลากระชังเขื่อนลำปาว เจอวิกฤตพลังงาน ยอดขายตก เกษตรระบุน้ำมันขึ้นราคา ทำการค้าสะดุด ออร์เดอร์หาย 40 % หนุนนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมพลังงานสะอาด “ไฟฟ้าชีวมวล” แก้น้ำมันขาดแคลน ทั้งลดต้นทุนผลิตค้าขายคึกคัก
หลังประสบวิกฤตพลังงาน น้ำมันขาดแคลนและขึ้นราคา กระทบธุรกิจการค้าขายขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ล่าสุดพบกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กำลังเผชิญปัญหายอดขายตก ทั้งราคาต่ำ และเสี่ยงกับความเสียหายปลาน็อคตาย สาเหตุจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมทั้งน้ำแดงช่วงฝนใหม่ที่กำลังมาถึง เนื่องจากปลานิลและปลาทับทิม ที่ได้อายุจับจำหน่ายตกค้างในกระชังเป็นจำนวนมาก
นายคำมูล ลาวิรัตน์ อายุ 59 ปี เกษตรผู้เลี้ยงปลากระชัง บ้านโนนศาลา อ.เมืองกาฬสินธุ์กล่าวว่า ตนเลี้ยงปลากระชังทั้งปลาดำหรือปลานิล และปลาแดงหรือปลาทับทิม จำนวน 30 กระชัง ให้อาหารวันละ 2 รอบ เช้า-เย็นรอบละ 8 กระสอบ ตกวันละ 16 กระสอบ ราคาอาหารกระสอบละ 700 บาท ต้นทุนการเลี้ยงค่อนข้างสูง ขณะที่ราคาขายส่งช่วงก่อนน้ำมันขึ้นราคาหรือก่อนสงกรานต์ ปลาแดง กก.ละ 80-90 บาท ส่วนปลาดำ กก.ละ 70-80 บาท หลังสงกรานต์เป็นต้นมา ราคาลดลงอีกอย่างละประมาณ 10 บาท เนื่องจากน้ำมันแพง กระทบรถขนส่งปลา เพราะราคาซื้อขายที่ปลายทางยังเท่าเดิม
ทำให้ยอดขายตก เคยส่งเที่ยวละตัน ทุกวันนี้เฉลี่ยเที่ยวละ 300-400 กิโลกรัมเท่านั้น โชคดีหน่อยเมื่อคืนนี้ได้ขายถึง 700-800 กก. เมื่อปลากระชังได้อายุจับจำหน่าย แต่ตกค้างในกระชังจำนวนมาก เป็นช่วงต้องเฝ้าระวังเพราะเสี่ยงได้รับความเสียหายจากอากาศร้อนจัด หรือหากมีฝนใหม่ตกลงมาและเกิดภาวะน้ำแดงที่เป็นอันตรายต่อปลา อาจจะทำให้ปลาน็อคตายได้ กรณีนี้เคยเกิดบ่อยครั้ง เกษตรกรจะเร่งระบายปลากระชังออก ด้วยการจับขายหรือย้ายกระชัง เพื่อลดความหนาแน่นปลาในกระชัง
ด้านนายคารม อิ่มแมน อายุ 45 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังอีกราย กล่าวว่าตนเลี้ยงปลากระชังมาประมาณ 10 ปี โดยเป็นการเลี้ยงรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาว จำกัด ปีนี้บรรยากาศค้าขายค่อนข้างเงียบเหงา ยอดขายหายไปถึง 40% ทั้งตนและเพื่อนผู้เลี้ยงปลากระชัง ประสบปัญหาเดียวกันทั้งนั้น สาเหตุจากราคาน้ำมันแพง กระทบกำลังซื้อผู้บริโภคทั่วไปลดลงมาก ปลากระชังที่ตุนไว้เพื่อจำหน่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จึงตกค้างในกระชังมาก ซึ่งแต่รอว่าเมื่อไหร่การค้าขายจะกลับมาคึกคักอีก
วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเลี้ยงปลานิลในกระชัง รวมทั้งทุกสาขาอาชีพ เพราะเชื่อมโยงกันไปหมด ตนเชื่อว่าวิกฤตนี้อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะน้ำมันเริ่มขาดแคลน จำเป็นที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องหันไปใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานทดแทน อย่างไฟฟ้าชีวมวล จะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง
“อาชีพเลี้ยงปลานิลในกระชัง ลงทุนค่อนข้างสูง เริ่มจากรถขนส่งลูกปลา อาหาร วัสดุอุปกรณ์ น้ำมันลำเลียงอาหาร เรือลากจูงกระชัง ขับเรือไปให้อาหาร และตรวจตรากระชังวันละหลายเที่ยว สิ้นเปลืองน้ำมันทุกกิจกรรม หากรัฐบาลส่งเสริมใช้ไฟฟ้าชีวมวลอย่างจริงจัง เพื่อลดใช้น้ำมันทั้งระบบ จะลดต้นทุนการขนส่ง เป็นเรื่องที่ดี เป็นทางออกการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในอนาคต ตนและเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ขอสนับสนุนนโยบายรัฐบาลใช้ไฟฟ้าชีวมวลอย่างเต็มที่” นายคารมกล่าวในที่สุด


