พระนครศรีอยุธยา - คุมตัวฝากขังหนุ่มคลั่ง ยิงประชาชนกลางถนนในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง ส่งผลให้ครูหญิงเสียชีวิต 1 ราย รับเสพยาหนัก–ขอโทษครอบครัว ด้านงานศพ “ครูปภัสรา” เต็มไปด้วยความอาลัย เร่งเยียวยาครอบครัว
จากกรณี คดีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงประชาชนกลางถนนในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ครูหญิงเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวานนี้ (26 เม.ย.)
ล่าสุดวันนี้( 27 เม.ย.) พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผู้กำกับการ สภ.ลาดบัวหลวง พร้อมกำลังตำรวจควบคุมตัว นายศราวุธ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดียิงประชาชน ออกจากห้องควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยประเมินสถานการณ์การนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างรอบคอบ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุประชาทัณฑ์
ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาได้กล่าวสั้น ๆ ว่า “ขอโทษ” และ “เสียใจ” ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่าเสพยาเสพติดในปริมาณมากจนเกิดอาการหลอน อย่างไรก็ตาม ได้ปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย ก่อนถูกควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ต.อ.ปริญญา ระบุว่าได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ โดยยืนยันเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอย่างรัดกุมและเป็นธรรม
ด้านบรรยากาศที่วัดราษฎร์บำรุง (หนองปลาดุก) ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวง สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ปภัสรา เรืองฤทธิ์ อายุ 44 ปี ครูโรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติ เพื่อนครู ลูกศิษย์ และประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง
ร่างของครูปภัสรา สวมชุดข้าราชการครูสีกากี ถูกเคลื่อนย้ายมาถึงวัด ท่ามกลางครอบครัว โดยมีบุตร 3 คนอยู่เคียงข้าง ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขและนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด
โดยมีนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกา ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ท่ามกลางข้าราชการ ครู และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะดำเนินการเยียวยาตามกฎหมาย
เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณ 300,000 บาท รวมทั้งประสานหน่วยงานด้านการศึกษาเพื่อดูแลการเรียนและจัดหาทุนการศึกษาให้บุตรทั้ง 3 คนอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายพยงค์ เรืองฤทธิ์ อายุ 76 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นคนขยันและมุ่งมั่น เดิมทำงานโรงงาน ก่อนจะตั้งใจเรียนต่อจนสอบบรรจุเป็นครูได้ด้วยตนเอง ลูกสาวเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมและทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ
ขณะนี้สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือหลานทั้ง 3 คนที่ยังเล็ก แม้สภาพจิตใจยังพอรับได้เพราะที่ผ่านมาหลานอยู่กับตนเองตลอด ส่วนตนเองในฐานะพ่อ ยืนยันว่าไม่ขอรับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และลูกสาวก็ไม่ได้ทำผิดอะไร พร้อมเรียกร้องให้มีการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะเห็นว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง


