สมุทรปราการ - ผู้ว่าฯ นำทีมนักวิจัยลงพื้นที่สวนจริง ทดลองสารชีวภาพ–ผสานภูมิปัญญาชาวสวน ตั้งเป้าสร้างองค์ความรู้ลดความเสี่ยงผลผลิตระยะยาว
วันนี้( 26 เม.ย.) คณะผู้บริหารและนักวิจัยลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษาการแก้ปัญหาลิ้นจี่พันธุ์ค่อม พืชอัตลักษณ์สำคัญของลุ่มน้ำแม่กลองที่กำลังเผชิญปัญหาการติดผลต่ำต่อเนื่อง ที่สวนลิ้นจี่ของนางถนอมจิต บุตราช หมู่ 3 ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
โดยนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมนายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด และศาสตราจารย์ ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมุ่งใช้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ศึกษากลไกเชิงลึกของการติดผลลิ้นจี่พันธุ์ค่อม โครงการได้รับงบสนับสนุนกว่า 3.49 ล้านบาท ดำเนินการในสวนเกษตรกรจริง 4 แปลง ในพื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที
หัวหน้าโครงการวิจัยเปิดเผยว่า ปัญหาหลักเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้บางปีลิ้นจี่ไม่ออกดอก หรือออกดอกแล้วร่วงก่อนติดผล ทีมวิจัยจึงศึกษาระดับสรีรวิทยาพืช ตั้งแต่การสังเคราะห์แสง การสะสมอาหาร ความสมบูรณ์ของละอองเรณู ตลอดจนผลกระทบจากอุณหภูมิและความชื้น เพื่อหาปัจจัยกำหนดการติดผลอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังทดลองใช้ “สารกระตุ้นทางชีวภาพ” รุ่นใหม่ เพื่อลดการหลุดร่วงของดอกและผลอ่อน โดยเน้นความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พร้อมผสานภูมิปัญญาชาวสวน เช่น การควั่นกิ่ง การปลูกหลายพันธุ์ในแปลงเดียว และการใช้ผึ้ง–ชันโรงช่วยผสมเกสร เพื่อให้ได้แนวทางที่ใช้ได้จริงในภาคเกษตร
ภายหลังติดตามโครงการ ผู้ว่าฯ ได้เยี่ยมชมแปลงทดลองและทดลองเก็บลิ้นจี่ด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า แม้เป็นช่วงปลายฤดูที่ให้ผลผลิตน้อย แต่ยังคงคุณภาพดี ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าแนวทางวิจัยเริ่มเห็นผลและตอบโจทย์เกษตรกร
ทั้งนี้ ผลการวิจัยจะถูกพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติ พร้อมจัดทำสื่อเผยแพร่และอบรมเกษตรกร เพื่อยกระดับการผลิตลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน).


