xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี ลั่นไม่ปล่อยผ่านเหตุธงชาติถูกขโมยจากเสาใน“พื้นที่รูปตัว U” เผยรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จันทบุรี - ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี ลั่นไม่ปล่อยผ่านเหตุธงชาติไทยถูกขโมยจากเสาใน“พื้นที่รูปตัว U” เผยมีข้อมูลในมือแล้วอยู่ระหว่าดำเนินงานด้านความมั่นคง พร้อมชักธงผืนใหม่ใหญ่กว่าเดิม -เสริมมาตรการตรวจตราเข้ม ย้ำอธิปไตยไทยยังมั่นคง

จากเหตุการณ์ ธงชาติไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงอธิปไตยในบริเวณพื้นที่รูปตัว U ชายแดนบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จุดที่เคยมีข้อพิพาทด้านภูมิประเทศและความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่อง ได้ถูกขโมยไปจากยอดเสา และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน บ้านผักกาด เพิ่งตรวจพบขณะเดินเท้าลาดตระเวนเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา

จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและมีการตั้งคำถามมากมายไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี และกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลจุดยุทธศาสตร์ดังกล่าวว่า ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร


เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดและความพยายามรุกล้ำอธิปไตยของไทยยังคงมีอยู่ และการที่ธงชาติไทยถูกถอดออกจากเสาไม่ได้เป็นเพียงการกระทำเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการท้าทายอธิปไตย และทดสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยว่ายังคงดีอยู่หรือไม่ ที่สำคัญชาวบ้านแนวชายแดนจันทบุรี ยังวางใจเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย และความเข้มแข็งในการรักษาอธิปไตยไทยของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่อยู่หรือไม่นั้น


ล่าสุดในวันนี้ ( 21 เม.ย.) น.อ.ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยกธินจันทบุรี ( ผบ.ฉก.นย.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุขโมยธงชาติไทยไปจากเสาใน“พื้นที่รูปตัว U” ว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้เร่งดำเนินการติดตามผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีการสืบสวนในพื้นที่ทั้งตรวจสอบร่องรอยในพื้นที่เกิดเหตุ เช่น รอยเท้า เส้นทางเข้า–ออก และร่องรอยการเคลื่อนไหวในบริเวณใกล้เคียง

รวมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนย้อนรอยในเส้นทางต้องสงสัย เพื่อค้นหาจุดเริ่มต้นและเส้นทางหลบหนี และใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและแนวชายแดนเพื่อค้นหาร่องรอยหรือความเคลื่อนไหวผิดปกติ
อีกทั้งยังได้ประสานข้อมูลกับผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อรวบรวมข้อมูลเบาะแสร่วมกับชุดข่าวและกำลังในพื้นที่เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


“ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ข้อมูลผู้ก่อเหตุแล้วและยังอยู่ในขั้นตอนของฝ่ายความมั่นคง และทางหน่วยงานยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย และทุกมาตรการที่ดำเนินการเป็นไปตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ” น.อ.ปรัชญา กล่าว


อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้ดำเนินการชักธงชาติไทยผืนใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมขึ้นสู่ยอดเสา เพื่อแสดงสัญลักษณ์อธิปไตยอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่อย่างเข้มงวด ประกอบด้วย การวางลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้นในจุดเสี่ยง การเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน

และยังการตั้งจุดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อป้องกันการลักลอบรุกล้ำ


สำหรับพื้นที่ “รูปตัว U” บ้านผักกาด ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เคยมีปัญหาข้อพิพาทด้านภูมิประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 เคยเกิดกรณีการเปลี่ยนทิศทางน้ำจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทยจนเสี่ยงสูญเสียผืนดินบางส่วน

ต่อมาในช่วงปี 2568 หน่วยงานความมั่นคงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดเส้นทางเข้าพื้นที่ทุรกันดารระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อนำดินเข้าถมและปรับสภาพพื้นที่ ก่อนมีการก่อสร้างเสาธงชาติและชักธงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยืนยันอธิปไตยของไทย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ธงชาติหายล่าสุดได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามท้าทายเชิงสัญลักษณ์ และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง