เชียงใหม่ - ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งการทั้ง 25 อำเภอคุมเข้มงดเผาอย่างเด็ดขาด ระดมกำลังลุยควบคุมป้องกันจุดเสี่ยงตลอดช่วงสงกรานต์ หลังทั่วพื้นที่ยังจมฝุ่นควันไฟป่า และค่ามลพิษสูงเกินมาตรฐาน พร้อมทั้งมีแนวโน้มที่อัตราการระบายอากาศจะลดลง เผยดำเนินคดีต่อมือลักลอบเผาแล้ว 22 คดี และเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายจริงจังต่อเนื่อง
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (9 เม.ย. 69) สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังรุนแรงและทั่วทั้งตัวเมืองยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบ รวมทั้งผลการตรวจวัดค่ามลพิษอากาศสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นผลมาจากการลักลอบเผาป่าที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วพื้นที่ แม้ว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะระดมกำลังกันเข้าทำการดับไฟและพยายามควบคุมสถานการณ์ ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ รวมทั้งมีการปฏิบัติการทำฝนหลวง จนช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงไปได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม พบว่ายังคงมีการลักลอบเผาป่าเกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการตรวจของดาวเทียมรอบเช้าวันนี้พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 231 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่อำเภอเชียงดาว 65 จุด,ฮอด 35 จุด และพร้าว 30 จุด ขณะที่พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบจุดความร้อนทั้งสิ้น 2,340 จุด มากที่สุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 773 จุด รองลงมา ได้แก่ เชียงใหม่ 231 จุด, น่าน 170 จุด, ตาก 152 จุด และลำปาง 150 จุด
ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษสูงเกินค่ามาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพทุกสถานี โดยผลการตรวจวัดจากสถานีในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ, ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลหางดง อำเภอฮอด, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม และตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 13.00 น. วันนี้ อยู่ที่ 82.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 60.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 59.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 51.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 105.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 133.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 208, 162, 158, 138, 231 และ 259 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100
ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลกแบบเรียลไทม์ เมื่อเวลา 13.00น. วันนี้ พบว่าเทศบาลนครเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 138 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 50.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่ไม่ถูกสุขภาพมีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวสูงเป็นอันดับที่ 6 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ส่วนอันดับ 1 ได้แก่ ไคโร ประเทศอียิปต์ ดัชนีคุณภาพอากาศ 195 US AQI, อันดับ 2 ฮานอย ประเทศเวียดนาม 170 US AQI และอันดับ 3 การาจี ประเทศปากีสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศ 157 US AQI
ขณะเดียวกัน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทั้ง 25 อำเภอ ทางวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุว่าระหว่างวันที่ 8-11 เม.ย. 69 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี แต่หลังวันที่ 12 เม.ย. 69 โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13-15 เม.ย. 69 การระบายอากาศจะลดลง อาจทำให้ฝุ่นสะสมเพิ่มขึ้นอีกครั้ง จึงสั่งการให้ทั้ง 25 อำเภอลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชน งดเผาอย่างเด็ดขาด พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักลอบเผาไปแล้ว 22 คดี มีผู้ต้องหา 23 คน โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้านบาท
จังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อันเนื่องมาจากสถานการณ์อัคคีภัยไฟป่า ไปแล้วใน 14 อำเภอ ใช้งบประมาณไปแล้ว 1,722,900 บาท แบ่งเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 538,500 บาท และค่าอาหาร 1,184,400 บาท ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่ 25,383 คน พร้อมอากาศยานและโดรนกว่า 15 เครื่อง สนับสนุนภารกิจดับไฟ ทำฝนหลวงและควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดฝ่ายปกครองสนับสนุนกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจากภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวม 700 นาย เข้าปฏิบัติงานเพิ่มเติมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจลาดตระเวน ควบคุมไฟป่า และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่


