ตราด - ผบ.ฉก.นย.ตราด นำคณะสื่อมวลชนดูพื้นที่สู้รบบ้านทมอดา-บ้านชำราก เผยที่ผ่านมาทั้งหนักและอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด คาดรอบ 3 มีแน่ หลังทหารเขมรเคลื่อนไหวกำลังพล-ยั่วยุต่อเนื่อง
วันนี้ ( 26 มี.ค.) น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้ให้การต้อนรับ พล.ร.ต.พันณรงค์ ยุทธวงศ์ เลขานุการกองทัพเรือ ที่ได้นำคณะสื่อมวลชนส่วนกลางที่เดินทางลงพื้นที่บ้านท่าเส้น - บ้านทมอดา ต.แหลมลกัด บ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมืองตราด และบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมสรุปการสู้รบระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายระหว่างวันที่ 9-14 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมาว่าเป็นการสู้รบที่ดุเดือด
โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พร้อมหน่วยขึ้นตรงได้นำทหารเข้าพื้นที่สู้รบในเขตบ้าน 3 หลัง ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ต้องยึดกลับคืนมาให้ได้จึงทำให้เกิดการตอบโต้กันอย่างรุนแรง และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด รวมทั้งหน่วยขึ้นตรงได้รับการยิงปืนใหญ่สนับสนุนจากฝั่ง จ.ตราด ที่อยู่ห่างจากชายแดน ประมาณ 29 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นการยิงที่ไม่ต่อเนื่องจึงทำให้กำลังทหารนาวิกโยธิน รวมทั้งตนเองเกือบเอาตัวไม่รอด จนต้องล่าถอยกลับมาวางแผนการรบใหม่
“เราได้บทเรียนจากการที่เข้าไปในพื้นที่ยุทธศาสตร์โดยไม่ระวังตัวจนทำให้เกือบเอาตัวไม่รอด จึงได้ออกมาวางแผนการสู้รบใหม่ ด้วยการร่วมกับหน่วยรีคอล และหน่วยชีลของกองทัพเรือและได้รับการสนับสนุน F16 จากกองทัพอากาศในการทิ้งระเบิดสะพานและกาสิโนทมอดา พร้อมยึดบ้าน 3 หลังได้ด้วยการตรึงกำลังเพื่อไม่ให้ทหารกัมพูชาเข้ามาสนับสนุนในพื้นที่ทั้ง บ้านชำราก และบ้านทมอดา จนสามารถยกธงขึ้นในพื้นที่ได้สำเร็จ”
น.อ.ธรรมนูญ ยังเผยถึงแนวโน้มการปะทะรอบ 3 ว่าอาจเกิดขึ้น จากการเคลื่อนไหวและการยั่วยุไม่หยุดของกำลังพลเขมร โดยก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ทหารเขมรยังยั่วยุด้วยการยิงปืนเข้ามา ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และพื้นที่ที่มีการจะโยกย้ายหัวหน้าหน่วยทหารในพื้นที่บ้านทมอดา แต่ฝั่งทหารไทยไม่ได้มีการตอบโต้ และได้ทำหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พร้อมยืนยันว่าแก๊งสแกรมเมอร์ในพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานของออกญาตรีเพียบ ปัจจุบันมีประมาณ 2-3 พันคนโดยเป็นกลุ่มชาวเอเซียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน หรือบังคลาเทศ แต่ไม่มีคนไทย และก่อนหน้านี้ได้มีชาวเวียดนามและจีน หลบหนีเข้ามาขอความช่วยเหลือจากฝั่งไทยประมาณ 18-20 คน และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดี
นอกจากนั้น น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ยังได้นำคณะสื่อมวลชนไปตรวจสอบสภาพพื้นที่สู้รบบริเวณอาคารกาสิโนที่ถูก F16 ทิ้งระเบิดจนได้รับความเสียหายทั้ง 2 อาคาร รวมทั้งชมบังเกอร์ที่ตั้งอยู่บนแนวตู้คอนเทรนเนอร์บริเวณบ้านทมอดา ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต ที่มี “กัน จอมพลัง” ซึ่งในขณะนี้ได้มีทหารกัมพูชาที่ตั้งฐานอยู่ เดินเข้ามาตรวจสถานการณ์และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ และยังได้พูดคุยกับ ผบ.ฉก.นย.ตราด อย่างเป็นกันเอง
โดยมีรายงานว่าในวันที่ 27 มี.ค. นี้ คณะของเลขานุการกองทัพเรือ และสื่อมวลชนจะเดินทางไปที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด และหมวดเรือลาดตะเวนชายแดน(มชด.) ทัพเรือภาคที่ 1 อ.แหลมงอบ จ.ตราด ก่อนเดินทางกลับอีกด้วย


