พระนครศรีอยุธยา – ผู้ประกอบการเรือข้ามฟากแบกรับภาระต้นทุนหนัก หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งต่อเนื่อง แถมบางช่วงหาซื้อยาก ถูกจำกัดปริมาณ แต่ยังยืนยันตรึงค่าโดยสารเดิม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
วันนี้( 25 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายสถานีบริการน้ำมันมีปริมาณไม่เพียงพอ บางแห่งต้องจำกัดการจำหน่าย เกิดภาวะขาดแคลนเป็นระยะ กระทบผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาน้ำมันโดยตรง
ที่ท่าเรือข้ามฟากบริเวณท่าน้ำวัดขุนพรหม ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อมต่อเข้าสู่เกาะเมือง พบผู้ให้บริการกำลังเผชิญต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางบุศรินทร์ อายุ 60 ปี ผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก เปิดเผยว่า ครอบครัวประกอบอาชีพนี้มากว่า 30 ปี ปัจจุบันได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบางช่วงยังหาซื้อยาก ต้องตระเวนหาน้ำมัน เนื่องจากหลายปั๊มจำกัดการซื้อหรือมีน้ำมันหมดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยในช่วงปิดเทอม ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละประมาณ 25 ลิตร ส่วนช่วงเปิดเทอมที่มีผู้ใช้บริการมาก จะเพิ่มเป็นประมาณ 35 ลิตรต่อวัน แต่บางเที่ยวมีผู้โดยสารเพียง 1 คน ก็ยังต้องให้บริการตามปกติ ทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม เรือข้ามฟากยังคงเป็นระบบขนส่งสำคัญของประชาชนในพื้นที่ ช่วยลดระยะทางอ้อมไกลกว่า 10–15 กิโลเมตร รองรับทั้งรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน นักเรียน และนักท่องเที่ยว
แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น ผู้ประกอบการยังคงตรึงอัตราค่าโดยสารไว้ในราคาเดิม ได้แก่ ผู้โดยสาร 5 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท และจักรยาน 5 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยอมรับว่า การแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอาจกระทบต่อการให้บริการในระยะยาว หากสถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


