xs
xsm
sm
md
lg

พระราชทานเพลิงศพนายปอด โจรสา เหยื่อจรวด BM-21 ของเขมร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุบลราชธานี - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ นายปอด โจรสา พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากจรวด BM-21 เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนต้องตัดขา เป็นผู้ป่วยติดเตียงและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา


วันนี้ (19 มี.ค.) เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร 5 ไตร ทอดถวายพระสงฆ์บังสุกุล และพระราชทานเพลิงศพนายปอด โจรสา อายุ 89 ปี พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ วัดกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย

โดยมีนายภูษิต น้อยโสภากุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน พ.อ.สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 นางพนารัตน์ คนขยัน วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี หัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น และชาวอำเภอน้ำยืนเข้าร่วมพิธี


ในการนี้ พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป นำโดยพระครูเวตวันวรกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดเวตวันวิทยาราม ประธานสงฆ์พิจารณาผ้าไตรบังสุกุลพระราชทาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต

นางสาวบังอร พรมเหตุ หลานสาวของนายปอดเปิดใจทั้งน้ำตาว่า วันนี้ครอบครัวรู้สึกทั้งดีใจและตื้นตันใจอย่างมาก ที่ในหลวงทรงมีพระเมตตาพระราชทานเพลิงศพให้กับคุณตา ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะตอนแรกตั้งใจเพียงจะจัดงานแบบเรียบง่ายตามวิถีชาวบ้าน เนื่องจากยังกังวลเรื่องสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย หากเกิดเหตุปะทะขึ้นมาอีกอาจต้องอพยพกันวุ่นวาย แต่เมื่อทราบข่าวพระราชทานเพลิงศพ ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ และรับรู้ได้ว่าพระองค์ท่านไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนเลยจริงๆ




น.ส.บังอรเล่าย้อนว่า ตั้งแต่วันที่คุณตาประสบเหตุบาดเจ็บ ตนเองเป็นคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงที่อยู่โรงพยาบาล ตอนแรกอาการของคุณตายังพอมีความหวัง ดีขึ้น พูดคุยได้ ขยับตัวได้ ก่อนจะได้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน แต่หลังจากเกิดเหตุปะทะครั้งที่สอง ครอบครัวจำเป็นต้องอพยพคุณตาออกจากบ้านอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทำให้อาการของตาทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าน่าจะมาจากการเคลื่อนย้ายบ่อย


หลังเหตุการณ์ครั้งที่สอง คุณตาไม่สามารถนั่งได้ พูดไม่ได้ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถขยับร่างกายได้เหมือนเดิม ทั้งที่ก่อนเกิดเหตุเป็นคนแข็งแรง เดินเหินได้ตามปกติ อารมณ์ดี และเป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว เป็นที่พึ่งของลูกหลานทุกคน ช่วงสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ตนได้พูดคุยกับคุณตาอยู่ตลอด ซึ่งคุณตายังมีการตอบสนองที่ดี เชื่อว่าท่านยังคงเป็นห่วงลูกหลานอยู่เสมอ ครอบครัวจึงรู้สึกเสียใจอย่างมากกับการจากไป เพราะท่านเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของบ้าน แม้วันนี้จะต้องสูญเสียคุณตาไป แต่ครอบครัวก็เชื่อว่าท่านได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว